องค์การไซเบอร์สเปส
มิชชันของเรา: วิวรณ์ 14:6-12

 

ช่วงเวลาแห่งความจริง - บทที่ 2

จดหมายของพระเจ้าสำหรับท่าน

ภาพที่ 1

ขอเราทูลขอให้พระเจ้าทรงนำในขณะที่จะศึกษาบทเรียนนี้

ข้าฯแต่พระเจ้า

บัดนี้ข้าฯพระองค์ทั้งหลายมีความประสงค์ที่จะศึกษาเรื่องของพระคัมภีร์ที่พระองค์ทรงดลใจ

ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขอขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสดับฟังคำอธิษฐานของข้าฯพระองค์และด้วยความถ่อมใจ ขอพระองค์ทรงสำแดงให้ทราบว่าพระคัมภีร์เป็นจริงตามที่เปิดเผยไว้ในพระคำของพระเจ้า

ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์

อาเมน



ภาพที่ 2

สดุดี 12:6

พระดำรัสของพระเจ้า เป็นพระดำรัสที่บริสุทธิ์ เป็นเหมือนเงินหลอมให้บริสุทธิ์ในเตาไฟ

---------------------

2 ทิโมธี 3:16

พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าวการปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม

----------------------------------------------------

พระคัมภีร์กล่าวไว้เช่นนั้น ตั้งแต่มีแท่นพิมพ์มาจนวันนี้ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาแล้วหลายพันล้านเล่ม เราจะต้องใส่ใจในสิ่งที่บ้นทึกไว้ในหนังสือเพราะเจ้าของหนังสือคือพระเจ้า

ข้อความนี้เชื่อได้หรือไม่



ภาพที่ 3

2 เปโตร 1:21

เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา

----------------------------------------------------

มีผู้เข้าร่วมการเขียนพระคัมภีร์ 66 เล่มนี้ถึง 40 คน เป็นผลงานที่ใช้เวลาถึง 1500 ปี

คนที่เขียนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักกันเลย พวกเขามีชีวิตอยู่ในยุคต่างกัน ในสถานาที่ต่างกัน แต่ถึงกระนั้น หนังสือทั้ง 66 เล่มชุดนี้สานเป็นแนวคิดเดียวกันอย่างเหลือเชื่อ

ความสอดกล้องกันเช่นนี้เปิดเผยให้เห็นว่ามีแหล่งการทรงดลใจมาจากที่เดียวกัน นั่นคือพระเจ้า



ภาพที่ 4

1 เธสะโลนิกา 2:13

เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งท่านได้ยินจากเรา ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านทั้งหลายที่เชื่อ

----------------------------------------------------

อัครทูตเปาโลเขียนแน่นไปยังคนที่เมืองเธสะโลนิกาว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่ได้รับการทรงดลใจจากพระเจ้า

พระคัมภีร์ไม่ใช่เป็นเพียงหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องของพระเจ้า แต่พระเจ้าตรัสกับเราโดยผ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นเหมือนเช่นเครื่องบันทึกเสียงที่ทำให้เราได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า



ภาพที่ 5

สดุดี 119:160

สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์ คือความจริง

---------------------

ยอห์น 17:17

พระวจนะของพระองค์คือความจริง

----------------------------------------------------

พระเยซูคริสต์เองทรงยืนยันว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า พระองค์ยังทรงอ้างถึงอำนาจเหนือมนุษย์ที่มีในพระคัมภีร์ และใช้ต่อสู้กับความผิดและขับไล่มารที่มาหลอกลวง

พระเยซูทรงอ้างถึงพระคัมภีร์โดยตรัสว่า พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า

แบบอย่างของพระคริสต์สำแดงให้เราเห็นถึงคำรับรองที่มีคุณค่าอย่างมากว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า



ภาพที่ 6

1 เปโคร 1:25

แต่พระวจนะของพระเจ้ายั่งยืนอยู่เป็นนิตย์ พระวจนะนั้นคือข่าวประเสริฐที่ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบแล้ว

---------------------

ยอห์น 10:35

จะทำลายพระคัมภีร์ไปไม่ได้

----------------------------------------------------

แม้จะมีการโจมตี และพยายามที่จะทำลายพระคัมภีร์มาตลอดหลายศตวรรษ แต่หนังสือเล่มนี้ก็ยังอยู่จนถึงวันนี้

ตลอดทุกยุคทุกสมัย พระเจ้าเองทรงเป็นผู้ปกป้องข่าวสารในพระคัมภีร์



ภาพที่ 7

โรม 1:16

เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอาย ในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย

----------------------------------------------------

อำนาจการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระคัมภีร์ ที่ซ่อนอยู่แต่ยังมีฤทธิ์นั้น พิสูจน์ให้เห็นว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า

ขอเชิญท่านมารับประสบการณ์ของพลังนี้ โดยการศึกษาบทเรียนเหล่านี้ หัวใจที่จริงใจทุกดวงจะสัมผัสอิทธิพลที่มาจากการศึกษาเรื่องราวต่างๆในพระคำเล่มนี้



ภาพที่ 8

เยเรมีย์ 23:29

พระเจ้าตรัสว่า ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นชิ้นๆ

---------------------

ฮีบรู 4:12

เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย

----------------------------------------------------

บทเรียนต่อๆไปจะแสดงให้เราเห็นถึงคุณสมบัติของข้อพระคัมภีร์เหล่านี้



ภาพที่ 9

อาโมส 3:7

แท้จริงพระเจ้ามิได้ทรงกระทำอะไรเลย โดยมิได้เปิดเผยความลี้ลับ ให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ คือผู้เผยพระวจนะ

---------------------

2 พงศาวดาร 20:20

จงวางใจในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และท่านจะตั้งมั่นคงอยู่ จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และท่าน จะสำเร็จผล

----------------------------------------------------

เมื่อพระเจ้าตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะ พระองค์ไม่เพียงแต่เปิดเผยถึงเรื่องของอนาคตได้อย่างถูกต้องแต่ยังทรงเตือนถึงภัยในอนาคตเพื่อให้เราวางแผนได้อย่างเหมาะสม



ภาพที่ 10

สดุดี 119:105

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์

----------------------------------------------------

การยอมรับเอาพระคัมภีร์มาเป็นแนวทางของการดำเนินชีวิตนั้นเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตเรานี้

เราจะเห็นว่าทางเดินของชีวิตเรานั้นมีหลุมมีบ่อมาก แต่พระคัมภีร์สอนเราวิธีที่จะหลีกเลี้ยงหลุมบ่อเหล่านั้นและเพิ่มเติมสันติสุขและความสุขให้เราด้วย



ภาพที่ 11

2 เปโตร 1: 19

เรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด

----------------------------------------------------

โปรดสังเกตว่าอัครทูตเปโตรแนะนำไว้อย่างหนักแน่นว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือนำทางชีวิตที่เราวางใจได้

เราอธิษฐานขอว่า เมื่อท่านศึกษาบทเรียนชุดนี้จนจบแล้ว ความจริงเหล่านี้จะฝังลึกอยู่ในตัวของท่าน



ภาพที่ 12

เอเฟซัส 6: 11,17

จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้......

จงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า

----------------------------------------------------

อัครทูตเปาโตบรรยายถึงยุทธภัณฑ์ที่เราต้องมีเพื่อต่อสู่มารไว้หลายชนิด

อาวุธชิ้นสุดท้ายในชุดยุทธภัณฑ์นี้คือดาบ ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า

ความสามารถในการต่อสู่ขึ้นโดยตรงกับการฝึกของเราในการใช้อาวุธนี้



ภาพที่ 13

เยเรมีย์ 6:10

ข้าพเจ้าควรจะพูดและให้คำตักเตือนแก่ผู้ใดดีนะ เพื่อเขาจะได้เชื่อฟัง ดูเถิด หูของเขาตันเสียแล้ว เขาฟังไม่ได้ ดูเถิด พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งที่เขาดูแคลน เขาไม่พอใจฟัง

----------------------------------------------------

เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ไม่ใช่ทุกคนชื่นชอบกับการศึกษาพระคำของพระเจ้า

บางคนคิดว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่น่าเบื่อหน่าย ในขณะที่มีคนอื่นเชื่อว่าไม่มีผู้ใดเข้าใจพระคัมภีร์และแปลความหมายได้

แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงประทานคำแนะนำวิธีศึกษาพระคัมภีร์เล่มนี้



ภาพที่ 14

1 โครินธ์ 2:14

แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ

----------------------------------------------------

ประการแรก ความนึกคิดของเราจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก

ท่านมีความประสงค์อย่างจริงใจที่จะทำความเข้าใจเรื่องของพระคัมภีร์หรือไม่ หรือท่านจะเข้าหาพระคัมภีร์ด้วยความคิดของการต่อต้านและความเกลียดชัง



ภาพที่ 15

สุภาษิต 28:5

คนชั่วร้ายไม่เข้าใจความยุติธรรม แต่บรรดาผู้ที่แสวงหาพระเจ้าเข้าใจถี่ถ้วน

----------------------------------------------------

ความเข้าใจของเราต่อข่าวที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ประทานให้เรานั้นบางส่วนขึ้นกับความจริงใจของเราในการแสวงหาความจริง

มีสุภาษิตที่โด้งดังกล่าวไว้ว่า ไม่มีผู้ใดหูหนวกเกินกว่าผู้ที่ไม่ต้องการฟัง ผู้ที่ไม่ต้องการเข้าใจจะไม่มีทางเข้าใจอะไรเลย



ภาพที่ 16

1 เปโตร 5:5

ให้ท่านทุกคนมีความถ่อมใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน ด้วยว่า พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน

----------------------------------------------------

ประการที่สองคือ เราจะต้องยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือของพระเจ้าเพื่อจะเข้าใจข่าวสารที่มีอยู่ในหนังสือของพระองค์

ไม่มีผู้ใดจะอธิบายเนื้อหาของหนังสือได้ดีกว่าเจ้าของหนังสือเอง หากเราเอาพระเจ้าออกไปและพยายามเข้าใจพระคัมภีร์ด้วยกำลังของเราเอง ความพยายามของเราจะต้องพบกับความล้มเหลวอย่างแน่นอน



ภาพที่ 17

สดุดี 119:18

ขอเบิกตาข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็น สิ่งมหัศจรรย์จากพระธรรมของพระองค์

---------------------

ลูกา 24:45

ครั้งนั้นพระองค์(พระเยซู)ทรงบันดาลให้ใจเขาทั้งหลายเกิดความสว่างขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์

----------------------------------------------------

บัดนี้เราคงเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าทำไมทุกครั้งเราจึงเริ่มและจบการศึกษาบทเรียนด้วยการอธิษฐาน

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องพึ่งพระวิญญาณของพระเจ้า พระองค์จะทรงกระทำให้ตาใจของเราสว่างในขณะที่ศึกษาพระคัมภีร์



ภาพที่ 18

อิสยาห์ 28:9,10

เขาจะสอนความรู้ให้แก่ใคร เขาจะบรรยายข่าวแก่ผู้ใด ให้แก่คนเหล่านั้นที่หย่านมหรือ หรือให้แก่คนเอามาจากอก

เพราะเป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ บรรทัดซ้อนบรรทัด บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย

----------------------------------------------------

เมื่อเราต้องการทราบว่าพระคัมภีร์สอนไว้อย่างไรในเรื่องหนึ่งเรื่องใด เราจะต้องศึกษาข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดที่กล่าวถึงหัวข้อนั้นๆ

การใช้ข้อพระคัมภีร์เพียงข้อเดียวอาจอธิบายความหมายไปในทางผิดได้ แต่การใช้ข้อพระคัมภีร์หลายๆข้อจะช่วยอธิบายเพื่อให้เข้าใจได้



ภาพที่ 19

วิวรณ์ 22:18,19

ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า
ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย

----------------------------------------------------

ในขณะที่เราศึกษาพระคำของพระเจ้านั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่บิดเบือนความหมายของข้อพระคัมภีร์ หรือปัดทิ้งข้อพระคัมภีร์บางตอนไป อันเนื่องจากว่าเราไม่ชอบข้อพระคัมภีร์เหล่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องเปิดใจให้กว้างเอาไว้เสมอ



ภาพที่ 20

2 โครินธ์ 2:17

เพราะว่าเราไม่เหมือนคนเป็นอันมาก ที่เอาพระวจนะของพระเจ้าไปขายกิน

---------------------

2 โครินธ์ 4:2

เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆที่น่าอับอายไปหมดสิ้นแล้ว เราไม่ทำกลอุบายและไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า

----------------------------------------------------

อัครทูตเปาโลหลีกเลี่ยงการบิดเบือนความหมายของพระคัมภีร์ แต่ท่านทราบดีว่ามีคนมากมายไม่ทำเช่นนั้น

ตัวอย่างเช่น ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าบทเรียนชุดนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องหลอกลวง ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ดัดแปลงพระคำของพระเจ้าก่อนที่จะนำเสนอให้ท่าน



ภาพที่ 21

กิจการของอัครทูต 17:11

ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใสรับพระวจนะของพระเจ้า และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะจริงดังกล่าวหรือไม่

----------------------------------------------------

พระเจ้าทรงเชิญท่านให้รับเอาพระคำของพระเจ้าให้เป็นกฎสูงสุดของความเชื่อ เป็นมาตรฐานที่ไม่เสื่อมสลาย

จงอย่าเชื่อคำพูดของเรา หรือของคนอื่นๆ เราจะต้องพิสูจน์ด้วยคัวเราเองเสมอว่าสิ่งที่เสนอให้กับเรานั้นเป็นไปตามที่พระคัมภีร์กล่าวไว้หรือเปล่า



ภาพที่ 22

เยเรมีย์ 15:16

เมื่อพบพระวจนะของพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็กินเสีย พระวจนะของพระองค์เป็นความชื่นบานแก่ข้าพระองค์ และเป็นความปีติยินดีแห่งจิตใจของข้าพระองค์

----------------------------------------------------

การศึกษาพระคัมภีร์ด้วยความตั้งใจจะนำพระพรอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ให้กับผู้ที่ใช้เวลาในการศึกษา

นี่จะเป็นโอกาสที่จะได้คำตอบที่ถูกต้องและพอใจกับคำถามที่เราเคยถามกันมาเป็นเวลานาน เช่น

    เรามาจากไหน
    เรากำลังจะไปที่ไหน
    มีอะไรเกืดขึ้นหลังจากคนตายไปแล้ว

และคำถามอื่นๆอีกมากมาย



ภาพที่ 23

โรม 15:4

เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความเพียร และความชูใจด้วยพระคัมภีร์

----------------------------------------------------

พระคัมภีร์ไม่ใช่เป็นหนังสือที่น่าเบื่อหน่ายเลย แต่เป็นหนังสือที่จะให้ความหมายแท้จริงแก่ชีวิตในโลกนี้ คำตอบของพระคัมภีร์สำหรับปัญหาพื้นฐานจะให้ความหวังแก่ผู้ที่ศึกษา

ในไม่ช้าเราจะค้นพบว่าทำไมผู้ที่เป็นมิตรของพระคัมภีร์จึงเปี่ยมล้นด้วยความหวังในขณะที่อยู่ในโลกที่กำลังจมลงสู่ความสิ้นหวัง



ภาพที่ 24

มัทธิว 4:4

ฝ่ายพระ(เยซู)ตรัสตอบว่า มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า"

---------------------

อิสยาห์ 34:16

จงเสาะหาและอ่านจากหนังสือของพระเจ้า

----------------------------------------------------

ขอพระเจ้าทรงนำเราในขณะที่ศึกษาพระคำของพระองค์



ภาพที่ 25

ให้เราอธิษฐานด้วยกัน

ข้าฯแต่พระบิดาในสวรรค์

ข้าฯพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบที่จะสนองพระคุณพระองค์สำหรับพระคำของพระองค์อย่างไร และข้าฯพระองค์ต้องการที่จะรับเอาพระคำมาเป็นโคมสำหรับเท้าของข้าฯพระองค์และเป็นแสงสว่างสำหรับมรรคาของข้าฯพระองค์

ขอโปรดประทานให้ข้าฯพระองค์มีความจริงใจและความถ่อมใจ เพื่อพระวิญญาณของพระองค์จะนำข้าฯพระองค์และเข้าใจพระคำที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้เพื่อข้าฯพระองค์ทุกคน

ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์

อาเมน


  ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 2 กำลังรอคอยท่านอยู่
   (มีเฉพาะ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฝรั่งเศส เท่านั้น)

           ไปบทเรียนบทใหม่   รายการบทเรียน    รายการหลัก            บ้าน                                                  


กดที่นี่ เพื่อส่งคำถาม และ ความคิดเห็น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ เวบไซท์ของเรา
จดลิขสิทธิ์ 2547 องค์การไซเบอร์สเปส