จดหมายของพระเจ้าสำหรับท่านภาพที่ 1
ขอเราทูลขอให้พระเจ้าทรงนำในขณะที่จะศึกษาบทเรียนนี้
ข้าฯแต่พระเจ้า
บัดนี้ข้าฯพระองค์ทั้งหลายมีความประสงค์ที่จะศึกษาเรื่องของพระคัมภีร์ที่พระองค์ทรงดลใจ
ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขอขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสดับฟังคำอธิษฐานของข้าฯพระองค์และด้วยความถ่อมใจ
ขอพระองค์ทรงสำแดงให้ทราบว่าพระคัมภีร์เป็นจริงตามที่เปิดเผยไว้ในพระคำของพระเจ้า
ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์
อาเมน
ภาพที่ 2
สดุดี 12:6
พระดำรัสของพระเจ้า เป็นพระดำรัสที่บริสุทธิ์ เป็นเหมือนเงินหลอมให้บริสุทธิ์ในเตาไฟ
---------------------
2 ทิโมธี 3:16พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าวการปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม
----------------------------------------------------
พระคัมภีร์กล่าวไว้เช่นนั้น
ตั้งแต่มีแท่นพิมพ์มาจนวันนี้
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาแล้วหลายพันล้านเล่ม
เราจะต้องใส่ใจในสิ่งที่บ้นทึกไว้ในหนังสือเพราะเจ้าของหนังสือคือพระเจ้า
ข้อความนี้เชื่อได้หรือไม่
ภาพที่ 3
2 เปโตร 1:21
เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา
----------------------------------------------------
มีผู้เข้าร่วมการเขียนพระคัมภีร์
66 เล่มนี้ถึง 40 คน เป็นผลงานที่ใช้เวลาถึง 1500 ปี
คนที่เขียนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักกันเลย
พวกเขามีชีวิตอยู่ในยุคต่างกัน
ในสถานาที่ต่างกัน แต่ถึงกระนั้น หนังสือทั้ง 66
เล่มชุดนี้สานเป็นแนวคิดเดียวกันอย่างเหลือเชื่อ
ความสอดกล้องกันเช่นนี้เปิดเผยให้เห็นว่ามีแหล่งการทรงดลใจมาจากที่เดียวกัน
นั่นคือพระเจ้า
ภาพที่ 4
1 เธสะโลนิกา 2:13
เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งท่านได้ยินจากเรา ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านทั้งหลายที่เชื่อ
----------------------------------------------------
อัครทูตเปาโลเขียนแน่นไปยังคนที่เมืองเธสะโลนิกาว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่ได้รับการทรงดลใจจากพระเจ้า
พระคัมภีร์ไม่ใช่เป็นเพียงหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องของพระเจ้า
แต่พระเจ้าตรัสกับเราโดยผ่านหนังสือเล่มนี้
เป็นเหมือนเช่นเครื่องบันทึกเสียงที่ทำให้เราได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า
ภาพที่ 5
สดุดี 119:160
สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์ คือความจริง
---------------------
ยอห์น 17:17พระวจนะของพระองค์คือความจริง
----------------------------------------------------
พระเยซูคริสต์เองทรงยืนยันว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า
พระองค์ยังทรงอ้างถึงอำนาจเหนือมนุษย์ที่มีในพระคัมภีร์
และใช้ต่อสู้กับความผิดและขับไล่มารที่มาหลอกลวง
พระเยซูทรงอ้างถึงพระคัมภีร์โดยตรัสว่า
พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า
แบบอย่างของพระคริสต์สำแดงให้เราเห็นถึงคำรับรองที่มีคุณค่าอย่างมากว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า
ภาพที่ 6
1 เปโคร 1:25
แต่พระวจนะของพระเจ้ายั่งยืนอยู่เป็นนิตย์ พระวจนะนั้นคือข่าวประเสริฐที่ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบแล้ว
---------------------
ยอห์น 10:35จะทำลายพระคัมภีร์ไปไม่ได้
----------------------------------------------------
แม้จะมีการโจมตี
และพยายามที่จะทำลายพระคัมภีร์มาตลอดหลายศตวรรษ
แต่หนังสือเล่มนี้ก็ยังอยู่จนถึงวันนี้
ตลอดทุกยุคทุกสมัย
พระเจ้าเองทรงเป็นผู้ปกป้องข่าวสารในพระคัมภีร์
ภาพที่ 7
โรม 1:16
เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอาย ในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย
----------------------------------------------------
อำนาจการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระคัมภีร์
ที่ซ่อนอยู่แต่ยังมีฤทธิ์นั้น
พิสูจน์ให้เห็นว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า
ขอเชิญท่านมารับประสบการณ์ของพลังนี้
โดยการศึกษาบทเรียนเหล่านี้
หัวใจที่จริงใจทุกดวงจะสัมผัสอิทธิพลที่มาจากการศึกษาเรื่องราวต่างๆในพระคำเล่มนี้
ภาพที่ 8
เยเรมีย์ 23:29
พระเจ้าตรัสว่า ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นชิ้นๆ
---------------------
ฮีบรู 4:12เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย
----------------------------------------------------
บทเรียนต่อๆไปจะแสดงให้เราเห็นถึงคุณสมบัติของข้อพระคัมภีร์เหล่านี้
ภาพที่ 9
อาโมส 3:7
แท้จริงพระเจ้ามิได้ทรงกระทำอะไรเลย โดยมิได้เปิดเผยความลี้ลับ ให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ คือผู้เผยพระวจนะ
---------------------
2 พงศาวดาร 20:20จงวางใจในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และท่านจะตั้งมั่นคงอยู่ จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และท่าน จะสำเร็จผล
----------------------------------------------------
เมื่อพระเจ้าตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะ พระองค์ไม่เพียงแต่เปิดเผยถึงเรื่องของอนาคตได้อย่างถูกต้องแต่ยังทรงเตือนถึงภัยในอนาคตเพื่อให้เราวางแผนได้อย่างเหมาะสม
ภาพที่ 10
สดุดี 119:105
พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์
----------------------------------------------------
การยอมรับเอาพระคัมภีร์มาเป็นแนวทางของการดำเนินชีวิตนั้นเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตเรานี้
เราจะเห็นว่าทางเดินของชีวิตเรานั้นมีหลุมมีบ่อมาก
แต่พระคัมภีร์สอนเราวิธีที่จะหลีกเลี้ยงหลุมบ่อเหล่านั้นและเพิ่มเติมสันติสุขและความสุขให้เราด้วย
ภาพที่ 11
2 เปโตร 1: 19
เรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด
----------------------------------------------------
โปรดสังเกตว่าอัครทูตเปโตรแนะนำไว้อย่างหนักแน่นว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือนำทางชีวิตที่เราวางใจได้
เราอธิษฐานขอว่า
เมื่อท่านศึกษาบทเรียนชุดนี้จนจบแล้ว
ความจริงเหล่านี้จะฝังลึกอยู่ในตัวของท่าน
ภาพที่ 12
เอเฟซัส 6: 11,17
จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า
เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้......
จงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า
----------------------------------------------------
อัครทูตเปาโตบรรยายถึงยุทธภัณฑ์ที่เราต้องมีเพื่อต่อสู่มารไว้หลายชนิด
อาวุธชิ้นสุดท้ายในชุดยุทธภัณฑ์นี้คือดาบ
ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า
ความสามารถในการต่อสู่ขึ้นโดยตรงกับการฝึกของเราในการใช้อาวุธนี้
ภาพที่ 13
เยเรมีย์ 6:10
ข้าพเจ้าควรจะพูดและให้คำตักเตือนแก่ผู้ใดดีนะ เพื่อเขาจะได้เชื่อฟัง ดูเถิด หูของเขาตันเสียแล้ว เขาฟังไม่ได้ ดูเถิด พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งที่เขาดูแคลน เขาไม่พอใจฟัง
----------------------------------------------------
เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
ไม่ใช่ทุกคนชื่นชอบกับการศึกษาพระคำของพระเจ้า
บางคนคิดว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่น่าเบื่อหน่าย
ในขณะที่มีคนอื่นเชื่อว่าไม่มีผู้ใดเข้าใจพระคัมภีร์และแปลความหมายได้
แต่ถึงกระนั้น
พระเจ้าทรงประทานคำแนะนำวิธีศึกษาพระคัมภีร์เล่มนี้
ภาพที่ 14
1 โครินธ์ 2:14
แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ
----------------------------------------------------
ประการแรก
ความนึกคิดของเราจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก
ท่านมีความประสงค์อย่างจริงใจที่จะทำความเข้าใจเรื่องของพระคัมภีร์หรือไม่
หรือท่านจะเข้าหาพระคัมภีร์ด้วยความคิดของการต่อต้านและความเกลียดชัง
ภาพที่ 15
สุภาษิต 28:5
คนชั่วร้ายไม่เข้าใจความยุติธรรม แต่บรรดาผู้ที่แสวงหาพระเจ้าเข้าใจถี่ถ้วน
----------------------------------------------------
ความเข้าใจของเราต่อข่าวที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ประทานให้เรานั้นบางส่วนขึ้นกับความจริงใจของเราในการแสวงหาความจริง
มีสุภาษิตที่โด้งดังกล่าวไว้ว่า
ไม่มีผู้ใดหูหนวกเกินกว่าผู้ที่ไม่ต้องการฟัง
ผู้ที่ไม่ต้องการเข้าใจจะไม่มีทางเข้าใจอะไรเลย
ภาพที่ 16
1 เปโตร 5:5
ให้ท่านทุกคนมีความถ่อมใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน ด้วยว่า พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน
----------------------------------------------------
ประการที่สองคือ
เราจะต้องยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือของพระเจ้าเพื่อจะเข้าใจข่าวสารที่มีอยู่ในหนังสือของพระองค์
ไม่มีผู้ใดจะอธิบายเนื้อหาของหนังสือได้ดีกว่าเจ้าของหนังสือเอง
หากเราเอาพระเจ้าออกไปและพยายามเข้าใจพระคัมภีร์ด้วยกำลังของเราเอง
ความพยายามของเราจะต้องพบกับความล้มเหลวอย่างแน่นอน
ภาพที่ 17
สดุดี 119:18
ขอเบิกตาข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็น สิ่งมหัศจรรย์จากพระธรรมของพระองค์
---------------------
ลูกา 24:45ครั้งนั้นพระองค์(พระเยซู)ทรงบันดาลให้ใจเขาทั้งหลายเกิดความสว่างขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์
----------------------------------------------------
บัดนี้เราคงเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าทำไมทุกครั้งเราจึงเริ่มและจบการศึกษาบทเรียนด้วยการอธิษฐาน
เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องพึ่งพระวิญญาณของพระเจ้า
พระองค์จะทรงกระทำให้ตาใจของเราสว่างในขณะที่ศึกษาพระคัมภีร์
ภาพที่ 18
อิสยาห์ 28:9,10
เขาจะสอนความรู้ให้แก่ใคร
เขาจะบรรยายข่าวแก่ผู้ใด
ให้แก่คนเหล่านั้นที่หย่านมหรือ
หรือให้แก่คนเอามาจากอก
เพราะเป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ บรรทัดซ้อนบรรทัด
บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย
----------------------------------------------------
เมื่อเราต้องการทราบว่าพระคัมภีร์สอนไว้อย่างไรในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
เราจะต้องศึกษาข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดที่กล่าวถึงหัวข้อนั้นๆ
การใช้ข้อพระคัมภีร์เพียงข้อเดียวอาจอธิบายความหมายไปในทางผิดได้
แต่การใช้ข้อพระคัมภีร์หลายๆข้อจะช่วยอธิบายเพื่อให้เข้าใจได้
ภาพที่ 19
วิวรณ์ 22:18,19
ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า
ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้
พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น
และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้
พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น
ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น
ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย
----------------------------------------------------
ในขณะที่เราศึกษาพระคำของพระเจ้านั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่บิดเบือนความหมายของข้อพระคัมภีร์ หรือปัดทิ้งข้อพระคัมภีร์บางตอนไป อันเนื่องจากว่าเราไม่ชอบข้อพระคัมภีร์เหล่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องเปิดใจให้กว้างเอาไว้เสมอ
ภาพที่ 20
2 โครินธ์ 2:17
เพราะว่าเราไม่เหมือนคนเป็นอันมาก ที่เอาพระวจนะของพระเจ้าไปขายกิน
---------------------
2 โครินธ์ 4:2เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆที่น่าอับอายไปหมดสิ้นแล้ว เราไม่ทำกลอุบายและไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า
----------------------------------------------------
อัครทูตเปาโลหลีกเลี่ยงการบิดเบือนความหมายของพระคัมภีร์
แต่ท่านทราบดีว่ามีคนมากมายไม่ทำเช่นนั้น
ตัวอย่างเช่น
ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าบทเรียนชุดนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องหลอกลวง
ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ดัดแปลงพระคำของพระเจ้าก่อนที่จะนำเสนอให้ท่าน
ภาพที่ 21
กิจการของอัครทูต 17:11
ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใสรับพระวจนะของพระเจ้า และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะจริงดังกล่าวหรือไม่
----------------------------------------------------
พระเจ้าทรงเชิญท่านให้รับเอาพระคำของพระเจ้าให้เป็นกฎสูงสุดของความเชื่อ
เป็นมาตรฐานที่ไม่เสื่อมสลาย
จงอย่าเชื่อคำพูดของเรา หรือของคนอื่นๆ
เราจะต้องพิสูจน์ด้วยคัวเราเองเสมอว่าสิ่งที่เสนอให้กับเรานั้นเป็นไปตามที่พระคัมภีร์กล่าวไว้หรือเปล่า
ภาพที่ 22
เยเรมีย์ 15:16
เมื่อพบพระวจนะของพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็กินเสีย พระวจนะของพระองค์เป็นความชื่นบานแก่ข้าพระองค์ และเป็นความปีติยินดีแห่งจิตใจของข้าพระองค์
----------------------------------------------------
การศึกษาพระคัมภีร์ด้วยความตั้งใจจะนำพระพรอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ให้กับผู้ที่ใช้เวลาในการศึกษา
นี่จะเป็นโอกาสที่จะได้คำตอบที่ถูกต้องและพอใจกับคำถามที่เราเคยถามกันมาเป็นเวลานาน
เช่น
เรามาจากไหน
เรากำลังจะไปที่ไหน
มีอะไรเกืดขึ้นหลังจากคนตายไปแล้ว
และคำถามอื่นๆอีกมากมาย
ภาพที่ 23
โรม 15:4
เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความเพียร และความชูใจด้วยพระคัมภีร์
----------------------------------------------------
พระคัมภีร์ไม่ใช่เป็นหนังสือที่น่าเบื่อหน่ายเลย
แต่เป็นหนังสือที่จะให้ความหมายแท้จริงแก่ชีวิตในโลกนี้
คำตอบของพระคัมภีร์สำหรับปัญหาพื้นฐานจะให้ความหวังแก่ผู้ที่ศึกษา
ในไม่ช้าเราจะค้นพบว่าทำไมผู้ที่เป็นมิตรของพระคัมภีร์จึงเปี่ยมล้นด้วยความหวังในขณะที่อยู่ในโลกที่กำลังจมลงสู่ความสิ้นหวัง
ภาพที่ 24
มัทธิว 4:4
ฝ่ายพระ(เยซู)ตรัสตอบว่า มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า"
---------------------
อิสยาห์ 34:16จงเสาะหาและอ่านจากหนังสือของพระเจ้า
----------------------------------------------------
ขอพระเจ้าทรงนำเราในขณะที่ศึกษาพระคำของพระองค์
ภาพที่ 25
ให้เราอธิษฐานด้วยกัน
ข้าฯแต่พระบิดาในสวรรค์
ข้าฯพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบที่จะสนองพระคุณพระองค์สำหรับพระคำของพระองค์อย่างไร
และข้าฯพระองค์ต้องการที่จะรับเอาพระคำมาเป็นโคมสำหรับเท้าของข้าฯพระองค์และเป็นแสงสว่างสำหรับมรรคาของข้าฯพระองค์
ขอโปรดประทานให้ข้าฯพระองค์มีความจริงใจและความถ่อมใจ
เพื่อพระวิญญาณของพระองค์จะนำข้าฯพระองค์และเข้าใจพระคำที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้เพื่อข้าฯพระองค์ทุกคน
ข้าฯพระองค์ทั้งหลายขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์
อาเมน
ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 2
กำลังรอคอยท่านอยู่
ไปบทเรียนบทใหม่ รายการบทเรียน รายการหลัก บ้าน