แท้จริงแล้วเราต้องการพระคริสต์หรือ
ภาพที่ 1
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน
ข้าแต่พระบิดาเจ้า
ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยข้าฯพระองค์ทั้งหลายในการศึกษาบทเรียนนี้
ในขณะที่ข้าฯพระองค์ศึกษาข่าวสารสำคัญที่สุดของพระคัมภีร์
คือเรื่องของการช่วยมนุษย์ให้รอดโดยพระคุณของพระเยซูคริสต์
ขออธิษฐานในนามของพระองค์
อาเมน

ภาพที่ 2
โรม 3:10
"ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า
ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย"
---------------------
โรม 3:23
เพราะว่าทุกคนทำบาป
และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า
----------------------------------------------------
ในบทเรียนสองบทที่แล้ว
เราได้เห็นแล้วว่าความชั่วเข้ามาในโลกได้อย่างไร
และโดยการเลือกไม่เขื่อฟังพระเจ้า
มนุษย์ได้รับธรรมชาติแห่งบาปซึ่งโดยลำพังตัวเขาเองแล้ว
เขากำจัดบาปนั้นออกไปไม่ได้
ในที่สุดสภาพอันน่าเศร้าใจนี้จะนำเขาไปสู่ความตายชั่วนิรันดร์

ภาพที่ 3
ยอห์น 14:6
พระเยซูตรัสกับ(โธมัส)ว่า
"เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต
ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา"
---------------------
กิจการของอัครทูต
4:12
ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย
ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้
ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า
----------------------------------------------------
เรายังได้เรียนรู้ว่าด้วยความรักที่มีให้กับมนุษยชาติ
พระเจ้าทรงจัดแผนการที่จะช่วยเราเพื่อเราจะได้รับชีวิตนิรันดร์แทนที่จะรับความตายนิรันดร์

ภาพที่ 4
มาระโก 10:17
เมื่อพระองค์กำลังเสด็จออกไปตามทาง
มีคนหนึ่งวิ่งมาหาพระองค์
คุกเข่าลงทูลถามพระองค์ว่า
"ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ
ข้าพเจ้าจะกระทำประการใด
จึงจะได้ชีวิตนิรันดร์"
---------------------
กิจการของอัครทูต
16:29,30
นายคุกจึงสั่งให้จุดไฟมา
แล้วตัวสั่นวิ่งเข้าไปกราบลงที่เท้าของเปาโลกับสิลาส
และพาท่านทั้งสองออกมาแล้วว่า "ท่านเจ้าข้า
ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้"
----------------------------------------------------
พวกเราจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้
ให้เราช่วยกันค้นหาคำตอบจากพระคัมภีร์

ภาพที่ 5
กิจการของอัครทูต
2:37,38
เมื่อคนทั้งหลายได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลบปลาบใจ
จึงกล่าวแก่เปโตรและอัครทูตอื่นๆว่า
"พี่น้องเอ๋ย เราจะทำอย่างไรดี"
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงกลับใจใหม่"
---------------------
ลูกา 13:3
พระเยซูตรัสว่า
"แต่ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กลับใจใหม่จะต้องพินาศเหมือนกัน"
----------------------------------------------------
ขั้นตอนสำคัญอันดับแรกคือการกลับใจ
เราจะต้องตระหนักเป็นอันดับแรกว่าเราเป็นคนบาป
เสียใจกับสภาพบาปนี้และยอมรับว่าเราต้องการพระผู้ช่วยอย่างแน่นอน

ภาพที่ 6
1 โครินธ์
2:14
แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น
ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้
เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา
และเขาไม่สามารถเข้าใจได้
เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ
----------------------------------------------------
เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มนุษย์เปื้อนบาปมาหลายพันปี
แต่ลำพังตัวเขาเองแล้วกลับใจจากบาปไม่ได้
ดังนั้น เราจำเป็นต้องทำอะไรเพื่อกลับใจได้

ภาพที่ 7
กิจการของอัครทูต
5:31
พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์(พระเยซู)ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์
ให้เป็นองค์พระผู้นำและองค์พระผู้ช่วยให้รอด
เพื่อจะให้ชนอิสราเอลกลับใจใหม่
แล้วจะทรงโปรดยกความบาปผิดของเขา
---------------------
สดุดี 51:10
ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์
และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์
----------------------------------------------------
เป็นคำตอบตรงไปตรงมา
เราจะต้องทูลขอการทรงช่วยของพระเจ้าเพื่อผ่านก้าวแรกนี้ให้ได้
นั่นคือการกลับใจ
แล้วพระเจ้าจะทรงดลใจให้เราตระหนักถึงสภาพบาปของเราและให้เราทราบถึงความต้องการยิ่งใหญ่

ภาพที่ 8
เอเสเคียล
18:30,31
จงกลับใจและหันกลับเสียจากการกบฏทั้งสิ้นของเจ้า
เกรงว่าความบาปชั่วของเจ้าจะเป็นสิ่งสะดุดให้เจ้าพินาศ
จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา
จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่
----------------------------------------------------
การกลับใจที่พระเจ้าทรงประทานนั้นทำให้เรารู้ถึงสภาพทุกข์ยาก
ความรู้สึกผิดและความน่าเกลียดของบาป
ฝ่ายวิญญาณของเรา
ด้วยเหตุนี้
การกลับใจจะเตรียมให้เราก้าวสู่ขั้นที่สองคือ
การสารภาพบาปของเรา

ภาพที่ 9
สุภาษิต
28:13
บุคคลที่ซ่อนการละเมิดของตนจะไม่จำเริญ
แต่บุคคลที่สารภาพและทิ้งความชั่วเสียจะได้ความกรุณา
----------------------------------------------------
เพื่อให้ได้รับการช่วยกู้จากความรู้สึกผิดของบาปในอดีต
เราจะต้องถ่อมใจของเราต่อเบื้องพระพักตรพระเจ้าและสารภาพบาปของเรา
คนบาปที่กลับใจจะไม่พยายามแก้ตัวความผิดของเขา
เขาเพียงแต่ยอมรับตรงไปตรงมาว่าทำบาปและทูลขอพระเจ้าให้อภัย
หากการสารภาพของเรานั้นจริงใจ
เราจะพยายามแก้ไขสิ่งที่เราผิดต่อผู้อื่นเท่าที่จะทำได้
บางครั้งขั้นตอนนี้จะนำความเจ็บปวดมาให้เราแต่ในที่สุดแล้วเราจะได้รับความพึงพอใจยิ่งใหญ่

ภาพที่ 10
สดุดี 51:1-3
ข้าแต่พระเจ้า
ขอทรงแสดงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ตามความรักมั่นคง
ของพระองค์
ขอทรงลบการทรยศของข้าพระองค์ออกไปตามแต่
พระกรุณาอันอุดมของพระองค์
ขอทรงล้างข้าพระองค์จากความบาปผิดให้หมดสิ้น
และทรงชำระข้าพระองค์จากบาปของข้าพระองค์
เพราะข้าพระองค์ทราบถึงการละเมิดของข้าพระองค์แล้ว
----------------------------------------------------
กษัตริย์ดาวิดเป็นผู้ประพันธ์สดุดีบทที่
51
เป็นตัวอย่างบทเพลงการสารภาพบาปที่พระเจ้าทรงประสงค์จากเราคือให้เรายอมรับบาปของเรา
โดยไม่หาข้อแก้ตัวใดๆ
และถ่อมใจทูลพระเจ้าขอการอภัย

ภาพที่ 11
ลูกา 15:21
ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า
'บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน
ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป'
---------------------
ลูกา 19:8
ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า
"ดูเถิด พระเจ้าข้า
ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์
ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถากึ่งหนึ่ง
และถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด
ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า"
----------------------------------------------------
ดังนั้น
นี่คือขั้นที่สองในแผนการช่วยให้รอดของพระเจ้า
การสารภาพบาปของเราอย่างจริงใจและพยายามแก้ไขให้ถูกเท่าที่จะทำได้ให้มากที่สุด

ภาพที่ 12
ลูกา 5:21
ใครอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น
----------------------------------------------------
คนมากมายสอนว่าพระเยซูประทานให้เหล่าสาวกรวมทั้งเปโตรอำนาจของการรับคำสารภาพและอภัยบาปของมนุษย์ในนามของพระเจ้า
ความเชื่อนี้มาจากการแปลข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ในทางผิด

ภาพที่ 13
มัทธิว 16:19
พระเยซูตรัสว่า
"เราจะมอบลูกกุญแจแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน
ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก
สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์
เมื่อท่านจะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก
สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย"
----------------------------------------------------
แม้พระคัมภีร์สอนไว้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าเท่านั้นอภัยบาปได้
ยังมีคนมากมายเข้าใจข้อพระคัมภีร์นี้ว่าพระเยซูประทานอำนาจของการอภัยบาปให้เปโตร
แต่ให้เราใส่ใจศึกษาข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้

ภาพที่ 14
กิจการของอัครทูต
8:20,22
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมน(คนทำวิทยาคม)ว่า
(....)จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้
และอธิษฐานขอพระเจ้า
ชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า
"
----------------------------------------------------
แม้จะเป็นเรื่องน่าอับอายจากข้อเสนอของซีโมนคนทำวิทยาคมที่ต้องการซื้อพระวิญญาณบริสุทธิ์
เปโตรไม่ได้คิดที่จะขอการอภัยความคิดเช่นนี้แต่อย่างไรเลย
แต่กลับบอกให้อธิษฐานขอพระเจ้าเพื่อรับการอภัย
แล้วพระเยซูทรงหมายความว่าอย่างไรเมื่อตรัสว่า
"ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก
สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์
เมื่อท่านจะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก
สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย"

ภาพที่ 15
2 โครินธ์
2:15,16
เพราะว่าเราเป็นกลิ่นอันหอมหวาน
ที่พระคริสต์ถวายพระเจ้าในหมู่คนที่กำลังจะรอด
และคนที่กำลังประสบความพินาศ
ฝ่ายหนึ่งเป็นกลิ่นแห่งความตายซึ่งนำไปสู่ความตาย
และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นกลิ่นหอมแห่งชีวิตซึ่งนำไปสู่ชีวิต
ใครเล่าจะมีความสามารถเหมาะสมกับพันธกิจเหล่านี้
----------------------------------------------------
เปโตรและสาวกทั้งหลายไม่ได้รับอำนาจที่จะเป็นคนให้หรือสงวนไว้ซึ่งการให้อภัยบาปของมนุษย์
สิ่งที่พวกเขาได้รับคือพระบัญชาให้ไปประกาศพระกิตติคุณของพระคริสต์
ด้วยการเสนอพระกิตติคุณ
คริสเตียนนำทางเลือกไปเสนอให้คนทั้งหลายเพื่อที่จะให้เขาปฏิเสธหรือรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
ทางเลือกนี้จะผูกมัดไว้หรือปล่อยคนนั้นไปเพื่อแผ่นดินสวรรค์

ภาพที่ 16
สดุดี 32:5
ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์
และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้
ข้าพระองค์ทูลว่า
"ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของ
ข้าพระองค์ต่อพระเจ้า"
แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์
---------------------
เอสรา
10:11
เหตุฉะนั้น
จงสารภาพต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน
----------------------------------------------------
พระเจ้าเท่านั้นผู้ทรงมีอำนาจอภัยบาปของเรา
ด้วยเหตุนี้
เราจะต้องสารภาพบาปของเราต่อพระเจ้าเท่านั้น

ภาพที่ 17
อิสยาห์ 55:7
ให้คนอธรรมละทิ้งทางของเขา
และคนไม่ชอบธรรมสละความคิดของเขา
ให้เขากลับยังพระเจ้า
เพื่อพระองค์จะทรงกรุณาเขา และยังพระเจ้าของเรา
เพราะพระองค์จะทรงอภัย อย่างล้นเหลือ
---------------------
1 ยอห์น
1:9
ถ้าเราสารภาพบาปของเรา
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม
ก็จะทรงโปรดยกบาปของเราและจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น
----------------------------------------------------
ขั้นที่สามในแผนการแห่งความรอดของพระเจ้าคือ
การยอมรับการอภัยของพระเจ้าและเชื่อว่าการอภัยนี้เป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข

ภาพที่ 18
1 ยอห์น 1:7
พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์
ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น
---------------------
โรม 5:9
เมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์
(......)
----------------------------------------------------
มีทางเดียวที่จะได้รับการชำระคือการเป็นคนชอบธรรมเบื้องพระพักตรพระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์ได้นั้น
เราจะต้องรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราเอง
พระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งบนกางเขนจะชำระเราจากบาปของเราและความชอบธรรมของพระคริสต์จะเป็นของเรา

ภาพที่ 19
ฮาบากุก 2:4
คนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่
ด้วยความซื่อสัตย์
---------------------
1 เปโตร
1:9
วิญญาณจิตของท่านทั้งหลายจึงได้รับความรอดเป็นผลแห่งความเชื่อ
---------------------
ฮีบรู
11:1
ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้
เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า
สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง
----------------------------------------------------
พระเจ้าต้องการความร่วมมือของเรา
เพื่อช่วยเราให้รอด
สิ่งเดียวที่ต้องการคือมีความเชื่อในพระองค์และวางใจในพระองค์เท่านั้น

ภาพที่ 20
เอเฟซัส 2:8
ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ
----------------------------------------------------
ความเชื่อคือการมอบถวายความวางใจทั้งหมดของเราไว้ในพระองค์เพื่อความรอดของเรา
โดยความเชื่อ
เราเฃื่อว่าแผนการแห่งความรอดของพระเจ้านั้นเพียงพอที่จะประทานชิวิตนิรันดรให้เรา
แต่แล้ว
เราจะทำอะไรเพื่อทำให้ความเชื่อของเราเจริญขึ้น
ทำให้เราวางใจพระเจ้ามากยิ่งขึ้น

ภาพที่ 21
โรม 10:17
ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน
และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระวจนะของพระเจ้า
(ฉบับแปลใหม่)
----------------------------------------------------
โดยการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเอาใจใส่
ด้วยท่าทีที่จริงใจและถ่อมตน
ทุกคนเรียนรู้เรื่องของพระเจ้าได้มากยิ่งขึ้นและด้วยวิธีนี้
เราจะวางใจในพระองค์มากยิ่งขึ้น
ความเชื่อของเราในพระเจ้าและในแผนการแห่งความรอดจะพัฒนามากขึ้นทุกวัน
นี่คือเป้าหมายแท้จริงของชุดบทเรียนพระคัมภีร์นี้

ภาพที่ 22
ยอห์น 3:36
ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์
ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต
แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา
---------------------
กิจการของอัครทูต
16:30,31
"ท่านเจ้าข้า
ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้"
เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า
"จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า
และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย"
----------------------------------------------------
พระเจ้าทรงประทานความรอดให้เราด้วยข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ
เรามีความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะได้รับความรอด
พระองค์ทรงเชิญชวนให้เราเชื่อพระองค์และวางใจในแผนการแห่งการไถ่ให้รอดของพระองค์

ภาพที่ 23
กาลาเทีย
2:16
ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้
โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ
แต่โดยศรัทธาในพระเยซูคริสต์เท่านั้น
----------------------------------------------------
สาระสำคัญสุดท้ายที่จะต้องเข้าใจคือ
เราซื้อหรือแลกเอาความรอดไม่ได้
ไม่มีงานใด ไม่ว่ายิ่งใหญ่สักเพียงใด
จะมีส่วนในการช่วยเราให้หลุดจากบาปของเรา
ความรอดเป็นของประทานของพระเจ้าที่ให้เปล่า
และการกระทำเดียวที่มีส่วนคือการเสียสละของพระเยซูคริสต์บนกางเขน
ให้เราอ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ด้วยความตั้งใจ

ภาพที่ 24
ทิตัส 3:5
มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง
แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่
---------------------
เอเฟซัส
2:8,9
ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ
และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง
แต่พระเจ้าทรงประทานให้
----------------------------------------------------
คริสเตียนได้รับหน้าที่ให้ทำการดี
ไม่ใช่เพื่อจะได้รับความรอดแต่เพราะเขารอดแล้ว
โปรดอ่านประโยคข้างต้นนี้อีกครั้ง
เพราะเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้อง

ภาพที่ 25
อิสยาห์ 64:6
การกระทำอันชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งสิ้น
เหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก
---------------------
โรม 3:10
ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว
ไม่มีเลย
----------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้
เราจะต้องจำไว้ว่า
เราซื้อหรือแลกความรอดด้วยการกระทำดีไม่ได้
การกระทำดีของเราทำให้เราเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรพระเจ้าไม่ได้
ทางเดียวที่จะนำเราไปสู่ความรอดคือยอมรับว่าเราช่วยจิตวิญญาณของเราเองให้รอดไม่ได้
และยอมรับพระเยซูให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัวของเรา
และพระองค์จะทรงประทานความชอบธรรมที่บริบูรณ์ของพระองค์ให้แก่เรา

ภาพที่ 26
อิสยาห์ 64:6
การกระทำอันชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งสิ้น
เหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก
---------------------
เศคาริยาห์
3:3,4
ฝ่ายโยชูวานั้นสวมเครื่องแต่งกายสกปรกยืนอยู่หน้าทูตสวรรค์
และทูตสวรรค์จึงบอกผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าท่านว่า
"จงเปลื้องเครื่องแต่งกายที่สกปรกจากท่านเสีย"
ทูตสวรรค์พูดกับท่านว่า "ดูเถิด
เราได้เอาความผิดบาปออกไปเสียจากเจ้าแล้ว
และเราจะประดับตัวเจ้าด้วยเสื้อผ้าอันสะอาด"
----------------------------------------------------
บ่อยครั้งพระคัมภีร์บรรยายไว้ว่าความชอบธรรมของมนุษย์เป็นเหมือนเสื้อสกปรก
แต่ความขอบธรรมของพระเยซูคริสต์เป็นเสื้อขาวบริสุทธิ์

ภาพที่ 27
ลูกา 15:21,22
ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า
'
"บิดาเจ้าข้า
ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน
ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป"
แต่บิดาสั่งบ่าวของตนว่า
"จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา"
----------------------------------------------------
ในอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหายนั้น
พระเยซูทรงใช้เสื้อสะอาดใส่แทนเสื้อสกปรกเพื่อแสดงถึงพระเจ้าทรงให้อภัยเรา
พระองค์ทรงนำเอาความชอบธรรมที่บริบูรณ์
คือพระเยซูคริสต์
มาให้เราใส่แทนความชอบธรรมที่เปอระเปื้อนของเรา

ภาพที่ 28
อิสยาห์
61:10
ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในพระเจ้า
จิตใจของข้าพเจ้าจะลิงโลดในพระเจ้าของข้าพเจ้า
เพราะพระองค์ได้ทรงสวมข้าพเจ้าด้วยเสื้อผ้าแห่งความรอด
---------------------
โรม 13:14
จงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า
----------------------------------------------------
เราได้รับคำเชิญชวนให้รับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยในรอดของเรา
เพื่อสวมเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรม
เป็นเสื้อคลุมแห่งความรอดเพื่อเราจะปรากฎตัวในสภาพที่ขาวบริสุทธิ์เบื้องพระพักตร์พระเจ้า

ภาพที่ 29
วิวรณ์ 7: 13,14
แล้วคนหนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้นถามข้าพเจ้าว่า
"คนที่สวมเสื้อสีขาวเหล่านี้คือใครและมาจากไหน"
ข้าพเจ้าตอบท่านว่า
"ท่านเจ้าข้าท่านก็ทราบอยู่แล้ว"
ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า
"คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่
พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดก
จนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด"
----------------------------------------------------
เราต้องการสวมเสื้อคลุมสี่ขาวนี้ด้วยไม่ใช่หรือ
พระเจ้าทรงจัดเตรียมเสื้อคลุมให้ทุกคน
มีตัวหนึ่งเตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะและพระองค์จะทรงประทานให้ท่านเดี๋ยวนี้
ท่านไม่ประสงค์ที่จะรับของประทานแห่งชีวิตนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงประทานให้เปล่าหรือ

ภาพที่ 30
โรม 6:23
เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย
แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
---------------------
ฮีบรู 2:3
ถ้าเราละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่แล้ว
เราจะรอดพ้นไปอย่างไรได้
---------------------
2
โครินธ์ 6:2
บัดนี้เป็นเวลาอันชอบ
นี่แน่ะ บัดนี้เป็นวันแห่งความรอด
----------------------------------------------------
จงอย่าเลื่อนการตัดสินใจของท่านไปวันพรุ่งนี้
ในเวลานี้
จงรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยของรอพของท่าน
มีใครจะรู้ว่า
วันพรุ่งนี้อาจสายเกินไปแล้วก็ได้

ภาพที่ 31


ภาพที่ 32
ให้เราขอบคุณพระเจ้าสำหรับแผนการแห่งความรอดที่แสนประเสริฐของพระองค์
ข้าแต่พระบิดาเจ้า
ข้าพระองค์ตระหนักดีว่าข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นคนบาป
และค่าจ้างของข้าพระองค์ทั้งหลายจะต้องเป็นความตาย
แต่ข้าพระองค์ทูลขอให้พระองค์ทรงประทานการกลับใจให้เข้ามายังใจของข้าพระองค์ทั้งหลาย
เพื่อข้าพระองค์จะมองเห็นว่าข้าพระองค์ต้องการพระผู้ช่วยมากเพียงไร
ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยบาปในอดีตของข้าพระองค์และขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์แก้ไขเท่าที่จะกระทำได้
การกระทำที่ผิดอันเนื่องจากบาปเหล่านั้น
พระบิดาเจ้าข้า
ข้าพระองค์ขอมอบถวายความวางใจทั้งหมดให้พระองค์
และขอรับพระเยซูมาเป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์
ข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์มอบถวายชีวิตให้พระองค์ทุกวัน
ขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์
อาเมน

ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 6
กำลังรอคอยท่านอยู่
(มีเฉพาะ ภาษาอังกฤษ
และ ภาษาฝรั่งเศส เท่านั้น)