องค์การไซเบอร์สเปส
มิชชันของเรา: วิวรณ์ 14:6-12

 

ช่วงเวลาแห่งความจริง - บทที่ 8

บังเกิดด้วยน้ำและพระวิญญาณ

ภาพที่ 1

ให้เราอธิษฐานร่วมกันก่อนเริ่มศึกษาบทเรียน

พระบิดาบนสวรรค์

จากการศึกษาบทเรียนหลายบทที่ผ่านมา ข้าพระองค์ทราบดีว่าพระคำของพระองค์เปิดเผยเรื่องยิ่งใหญ่มากมาย และข้าพระองค์ทั้งหลายทราบดีว่าพระองค์ยังทรงมีเรื่องอีกมากมายที่จะสอนข้าพระองค์ทั้งหลาย

ขอพระองค์ทรงเปิดเผยให้ทราบในบทเรียนต่อไป เพื่อโดยอำนาจกระทำการของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

ขอให้คำสอนเหล่านี้ช่วยให้ข้าพระองค์ทั้งหลายสะท้อนพระฉายาของพระองค์ในขีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขออธธิษฐานในนามของพระเยซู

อาเมน



ภาพที่ 2

2 พงศ์กษัตริย์ 5:1

นาอามานผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาประเทศซีเรีย เป็นคนสำคัญมากของพระราชา เป็นคนมีเกียรติ เพราะว่าพระเจ้าทรงนำชัยชนะมายังซีเรียโดยท่านนี้

ท่านเป็นวีรบุรุษด้วย แต่ท่านเป็นโรคเรื้อน

----------------------------------------------------

ให้เราเริ่มบทเรียนด้วยเรื่องหนึ่งที่บันทึกในพระคริสตธรรมคัมภีร์เดิม เป็นประสบการณ์ของนามาน ชาวซีเรีย ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน และหาทางที่จะรักษาให้หาย



ภาพที่ 3

2 พงศ์กษัตริย์ 5:9,10

นาอามานจึงมาพร้อมกับบรรดาม้าและรถรบของท่าน มาหยุดอยู่ที่ประตูเรือนของเอลีชา

เอลีชาก็ส่งผู้สื่อสารมาเรียนท่านว่า

"ขอจงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง และเนื้อของท่านจะกลับคืนเป็นอย่างเดิม และท่านจะสะอาด"

----------------------------------------------------

เมื่อนามานได้ข่าวเรื่องของเอฃีฃาผู้เผยพระวจนะ เขาตัดสินใจที่จะไปหาเอลีชาเพื่อรักษาโรคเรื้อนของเชา

เอลีชาไม่ได้ออกมาพบเขา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านบอกวิธีที่จะหายจากโรคได้ เขาจะต้องไปจุ่มตัวลงในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง



ภาพที่ 4

2 พงศ์กษัตริย์ 5:11,12

แต่นาอามานก็โกรธและไปเสีย บ่นว่า

"ดูเถิด ข้าคิดว่าเขาจะออกมาหาข้าเป็นแน่และมายืนอยู่ และออกพระนามของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา แล้วโบกมือเหนือที่นั้นให้โรคเรื้อนหาย

อาบานาและฟารปาร์แม่น้ำเมืองดามัสกัส ไม่ดีกว่าบรรดาลำน้ำแห่งอิสราเอลดอกหรือ ข้าจะชำระตัวในแม่น้ำเหล่านั้นและจะสะอาดไม่ได้หรือ"

ท่านจึงหันตัวแล้วไปเสียด้วยความเดือดดาล

----------------------------------------------------

นามานเดือดดาล เขาไม่ได้คาดหวังว่านี่เป็นวิธีรักษา เขาตั้งใจหันหลังกลับบ้านโดยไม่คิดที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเอลีชา



ภาพที่ 5

2 พงศ์กษัตริย์ 5:13,14

แต่พวกข้าราชการของท่านเข้ามาใกล้และเรียนท่านว่า

"คุณพ่อของข้าพเจ้า ถ้าท่านผู้เผยพระวจนะจะสั่งให้ท่านกระทำสิ่งใหญ่โตประการหนึ่งท่านจะไม่กระทำหรือ ถ้าเช่นนั้นเมื่อท่านผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่ท่านว่า 'จงไปล้างและสะอาดเถิด' ควรท่านจะทำยิ่งขึ้นเท่าใด"

ท่านจึงลงไปจุ่มตัวเจ็ดครั้งในแม่น้ำจอร์แดน ตามถ้อยคำของคนแห่งพระเจ้า และเนื้อของท่านก็กลับคืนเป็นอย่างเนื้อของเด็กเล็กๆ และท่านก็สะอาด

----------------------------------------------------

น้ำในแม่น้ำจอร์แดนไม่มีฤทธิ์อำนาจอัศจารรย์

ที่นามานหายได้ก็เพราะเชื่อฟังปฏิบัติตามคำแนะนำของเอลีชา



ภาพที่ 6

1 เปโตร 2:21

พระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่านเพื่อท่านจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์

---------------------

1 ยอห์น 2:6

ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้น

----------------------------------------------------

เหมือนเช่นนามานที่ได้รับคำสั่งให้ลงจุ่มในแม่น้ำจอร์แดน พระเจ้าทรงเชิญชวนเราแสดงตัวให้เห็นว่าเรายืนอยู่ฝ่ายพระองค์

พระเจ้าทรงเรียกให้เรากระทำการใด

ให้เรามองไปยังพระเยซูคริสต์พระผู้ฃ่วยให้รอดของเรา ในทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของเรา



ภาพที่ 7

มัทธิว 3:13-15

แล้วพระเยซูเสด็จจากแคว้นกาลิลี มาหายอห์นที่แม่น้ำจอร์แดนเพื่อจะรับบัพติศมาจากท่าน แต่ยอห์นทูลห้ามพระองค์ว่า

"ข้าพระองค์ต้องการจะรับบัพติศมาจากพระองค์ ควรหรือที่พระองค์จะเสด็จมาหาข้าพระองค์"

แต่พระเยซูตรัสตอบยอห์นว่า

"บัดนี้จงยอมเถิด เพราะสมควรที่เราทั้งหลายจะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ"

----------------------------------------------------

พระเยซูไม่ได้เป็นคนบาป ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมยอห์นผู้ให้บัพติศมาจึงไม่ยอมทำพิธีบัพติศมาให้พระองค์

แต่พระเยซูทรงประสงค์วางแบบอย่างให้เราทั้งหลายเพื่อว่าเรา "จะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ"



ภาพที่ 8

ยอห์น 3:22

พระเยซูก็เสด็จเข้าไปในแคว้นยูเดียกับสาวกของพระองค์ และทรงประทับที่นั่นกับเขา และทรงให้บัพติศมา

---------------------

มัทธิว 28:19,20

(พระเยซูตรัสว่า)

"เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค"

----------------------------------------------------

พระเยซุทรงสอนสาวกถึงความสำคัญของการรับบัพติศมา

ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับสวรรค์ พระองค์ทรงบัญชาให้สาวกไปรับบัพติศมาทุกคนที่กลับใจใหม่



ภาพที่ 9

โรม 6:3,4

ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์

เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน

----------------------------------------------------

การรับบัพติศมาหมายความว่าอะไร

พิธีบัพติศมาเป็นการแสดงออกถึงความประสงค์ของเราที่จะตายกับพระเยซู สละ "คนเก่า" ทิ้งไป ซึ่งเป็นชีวิตเก่าแห่งบาป และเดินต่อไปด้วยชีวิตใหม่



ภาพที่ 10

โรม 6:5,6

เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย เราทั้งหลายรู้แล้วว่า ตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป

---------------------

2 โครินธ์ 5:17

เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว

สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

----------------------------------------------------

พิธีบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ของการเอาคนใหม่เข้าแทนที่คนเก่า



ภาพที่ 11

โคโลสี 2:12

(...) และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา

---------------------

โรม 6:11

เหมือนกันเช่นนั้นแหละ ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์

----------------------------------------------------

ให้เราจดจำไว้ว่า การรับบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการตายต่อบาปของเรา (การตายของ "คนเก่า") กับพระเยซู แล้วบังเกิดใหม่ในพระเยซู



ภาพที่ 12

1 เปโตร 3:20,21

ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรดงดโทษไว้ในสมัยโนอาห์ ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่ ในนั้นมีน้อยคน คือทางน้ำนั้นแปดคนรอดชีวิตจากน้ำท่วม

บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน

----------------------------------------------------

อัครสาวกเปโตรใช้เหตุการน้ำท่วมโลกแสดงให้เราเข้าใจความหมายของการรับบัพติศมาเมื่อเราตอบการเชิญเรียกของพระเจ้า โนอาห์และครอบครัว "รอดชีวิตจากน้ำท่วม"

เหมือนเช่นเรื่องของนามานคนโรคเรื้อน น้ำช่วยผู้ใดให้รอดไม่ได้ แต่โดยทางน้ำ พระเจ้าช่วยชีวิตของคนทั้งแปดจากความตาย



ภาพที่ 13

1 เปโตร 3:21

บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน มิใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย แต่ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า โดยที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

----------------------------------------------------

ในขณะที่โนอาห์ตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้าด้วยการกระทำที่มองเห็นโดยการเข้าไปในนาวา เราจะต้องตอบสนองการทรงเรียของพระเจ้าด้วยการกระทำที่มองเห็นได้ด้วยการรับบัพติศมา

การที่จะ "ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า" นี้ เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเชื่อของเราที่มีในพระเยซูคริสต์



ภาพที่ 14

เอเฟซัส 5:25,26

ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ

---------------------

มัทธิว 10:32

(พระเยซูตรัสว่า)

"เหตุดังนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์"

----------------------------------------------------

ในความหมายหนึ่งแล้ว บัพติศมา เป็นเสมือนหนึ่งการสมรสที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เชื่อและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเขา

การเข้าร่วมเป็นหนึ่งนี้จะต้องกระทำอย่างเปิดเผย



ภาพที่ 15

เอเฟซัส 4:5

มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว

----------------------------------------------------

พิธีบัพติศมาจะต้องทำกันอย่างไร

บางคนเสนอว่าจะต้องจุ่มทั้งตัวลงในน้ำ แต่บ้างถือว่าการพรมด้วยน้ำก็เพียงพอแล้ว

บางคนคิดว่าวิธีให้บัพติศมานั้นไม่สำคัญ แต่ขอให้เราอย่าเข้าใจผิด พระคำของพระเจ้าให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก

ตามที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ มีบัพติศมาแท้จริงเพียงวิธีเดียว เป็นวิธีบัพติศมาอย่างไร



ภาพที่ 16

ยอห์น 3:23

ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิม เพราะที่นั่นมีน้ำมาก

----------------------------------------------------

วิธีบัพติศมาเพียงวิธีเดียวที่พระคำของพระเจ้าสอนไว้คือการบัพติศมาโดยการจุ่ม คือการจุ่มทั้งตัวลงไปในน้ำ

นี่คืนเหตุผลว่าทำไมพระคัมภีร์จึงบันทึกไว้ว่ายอห์นต้องการ "น้ำมาก"เพื่อทำพิธีบัพติศมา

ความจริงแล้ว คำว่าบัพติศมานั้นมาจากคำกรีก "บัพติโศ" ซึ่งแปลว่า "การจุ่มลงในน้ำ" "การแช่ลงในในน้ำ"



ภาพที่ 17

มัทธิว 3:16

ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติศมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ

----------------------------------------------------

หลังจากที่พระเยซูรับบัพติศมาแล้ว พระองค์ทรงเสด็จขึ้นมาจากน้ำ ข้อพระคัมภีร์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระองค์ลงจุ่มในน้ำของแม่น้ำจอร์แดน



ภาพที่ 18

กิจการของอัครทูต 8:36-39

ครั้นกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่มีน้ำแห่งหนึ่ง ขันทีจึงบอกว่า

"นี่แน่ะ มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา"

และฟีลิปจึงตอบว่า "ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้"

และขันทีจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า"

แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ และคนทั้งสองลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที ฟีลิปก็ให้ท่านรับบัพติศมา เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไปเสีย

----------------------------------------------------

หากใช้วิธีพรมน้ำได้ ทำไมฟีลิปและขันทีจึงต้อง "ลงไปในน้ำ"



ภาพที่ 19

โคโลสี 2:12

(...) และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์(คริสต์)ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา

---------------------

โรม 6:4

เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน

----------------------------------------------------

การจุ่มตัวลงในน้ำเป็นวิธีเดียวที่เข้ากับสัญลักษณ์ของการฝังตัวลงในน้ำ



ภาพที่ 20

มัทธิว 28:19,20

(พระเยซูตรัสว่า)

"เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค"

----------------------------------------------------

เมื่อเรียนรู้ถึงวิธีการจุ่มนี้แล้ว คำถามต่อไปคือ ก่อนที่จะเข้าพิธีนี้ จะต้องมีคุณสมบัติการเตรียมอะไร

แน่นอนทีเดียว ผู้ที่จะเข้าพิธีบัพติศมาต้องมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์และกลับใจจากบาปเสียก่อน

เนื่องจากทารกน้อยปฎิบัติข้อกำหนดนี้ไม่ได้ จึงไม่ควรทำพิธีบัพติศมาให้เด็กทารก



ภาพที่ 21

มาระโก 1:5

คนทั่วแคว้นยูเดียกับชาวกรุงเยรูซาเล็มได้พากันออกไปหายอห์น สารภาพความผิดบาปของตน และได้รับบัพติศมาจากท่านในแม่น้ำจอร์แดน

---------------------

กิจการของอัครทูต 2:38

ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า

"จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย"

----------------------------------------------------

การสารภาพบาปและการกลับใจจะต้องมาก่อนการเข้าพิธีบัพติศมา



ภาพที่ 22

กิจการของอัครทูต 8:36,37

ขันทีจึงบอกว่า "นี่แน่ะ มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา"

และฟีลิปจึงตอบว่า "ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้"

---------------------

กิจการของอัครทูต 18:8

ฝ่ายคริสปัสนายธรรมศาลา กับทั้งครัวเรือนของท่านได้เชื่อถือพระเจ้า

และชาวโครินธ์หลายคนเมื่อได้ฟังเปาโลแล้ว ก็ได้เชื่อถือและรับบัพติศมา

----------------------------------------------------

เพื่อที่จะเข้าพิธีนี้ได้นั้น พระคำของพระเจ้ายังเปิดเผยว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเชื่อพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ



ภาพที่ 23

กิจการของอัครทูต 8:12

แต่เมื่อฟีลิปได้ประกาศข่าวประเสริฐ ว่าด้วยแผ่นดินของพระเจ้า และพระนามแห่งพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อ และรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง

----------------------------------------------------

พระคัมภีร์กล่าวถึงการให้บัพติศมา "ชายและหญิง" แต่ไม่เคยกล่าวถึงการให้บัพติศมาทารพหรือเด็กเล็ก

ความจริงแล้ว การให้บัพติศมาทารกเริ่มขึ้นในสมัยศตวรรษที่สามเพื่อเพิ่มจำนวนคนเชื่อที่เข้าร่วม
คริสตจักร

แต่ถึงกระนั้น พระคัมภีร์กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า บัพติศมาที่ยอมรับได้และถูกต้องจะต้องให้กับผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการตัดสินใจเท่านั้น



ภาพที่ 24

กิจการของอัครทูต 2:41,47

คนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรก็รับบัพติศมา (.....)

ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอด มาเข้ากับพวกสาวกทุกวันๆ

---------------------

1 โครินธ์ 12:13

เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว หรือพวกกรีก เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่

----------------------------------------------------

โดยพิธีบัพติศมา เราเข้าร่วมครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า นั่นคือ คริสตจักร

เราเข้าร่วมการเก็บเกี่ยว ทำงานกับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี



ภาพที่ 25

1 โครินธ์ 12:20,27

ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน (....)

ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น

---------------------

2 โครินธ์ 5:20

ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา

----------------------------------------------------

โดยพิธีบัพติศมา เราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ ซึ่งหมายถึงคริสตจักร ทำงานตามของประทานและตาลันต์ที่พระเจ้าทรงโปรดประทานให้แก่เรา

เมื่อเราเป็นทูตของพระองค์ เราจึงเป็นตัวแทนของอาณาจักรของพระองค์ในโลกนี้ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมากเพียงไร



ภาพที่ 26

ลูกา 3:21,22

พระเยซูทรงรับด้วย ขณะเมื่อทรงอธิษฐานอยู่ ท้องฟ้าก็แหวกออก และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรูปสัณฐานเหมือนนกพิราบได้ลงมาบนพระองค์

---------------------

กิจการของอัครทูต 2:38

จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์

----------------------------------------------------

เมื่อเราประกาศว่าอยู่ฝ่ายพระเจ้าโดยการรับบัพติศมแล้ว เราจะพึ่งพระราชกิจการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ พระองค์จะทรงช่วยเราประกอบกิจในฐานะทูตของพระคริสต์ ชำระความบาปผิดทั้งหมดออกจากหัวใจของเรา



ภาพที่ 27

ยอห์น 3:5

พระเยซูตรัสตอบว่า

"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้"

---------------------

มาระโก 16:16

(พระเยซูตรัสว่า)

"ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ"

----------------------------------------------------

ขณะที่การศึกษาบทเรียนนี้สิ้นสุดลง ขอให้เราเข้าใจความสำคัญของพิธีบัพติศมาที่มีต่อชีวิตของ
คริสเตียนแต่ละคน

พระดำรัสของพระเยซูแสดงให้เห็นว่าพิธีบัพติศมาไม่ใช่เป็นทางเลือกของผู้ที่ตัดสินใจติดตามพระองค์แต่ว่าเป็นพิธีที่จำเป็นต้องทำเมื่อตัดสินใจติดตามพระองค์

แล้วเราจะตัดสินใจอย่างไร



ภาพที่ 28

ยอห์น 13:15

(พระเยซูตรัสว่า)

"เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย"

----------------------------------------------------

พระเยซูไม่เคยทำบาป จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังรับบัพติศมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตาม

บัดนี้ ขอให้เราแต่ละคนถามตัวเองว่า

"สำหรับข้าพเจ้าแล้ว การรับบัพติศมาของพระเยซูนั้นไม่มีความหมายหรือ ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามแบบอย่างของพระองค์โดยการรับบัพติศมาหรือไม่ หรือจะดำเนินชีวิตไปเสมือนหนึ่งว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำไปนั้นไม่มีความหมาย"



ภาพที่ 29

กิจการของอัครทูต 22:16

เดี๋ยวนี้ท่านจะรอช้าอยู่ทำไม

จงลุกขึ้นรับบัพติศมาด้วยออกพระนามของพระองค์ ลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย'"

----------------------------------------------------

ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดหัวใจของเราและนำเราในขณะที่เราตัดสินใจครั้งสำคัญในเรื่องบัพติศมาของเรา



ภาพที่ 30

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน:

ข้าแต่พระบิดาเจ้า

ในขณะที่ข้าพระองค์ศึกษาพระคำของพระองค์เพื่อค้นหาน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีไว้สำหรับข้าพระองค์ มีเรื่องมากมายที่เข้ามาเพื่อให้ตัดสินใจอยู่เสมอ

ลวันนี้ พระองค์ทรงสอนว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะต้องรับบัพติศมาโดยการจุ่มในน้ำ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหญ่ของพระองค์ คือคริสตจักรของพระองค์

การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่โดยทางพระบุตรของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่จะนำชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย และพระองค์ทรงประทานอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายให้มีกำลังลุกขึ้นยืนเพื่อพระองค์และเพื่อเปิดเผยให้ทราบทั่วกันด้วยการเข้าพิธีบัพติศมา

พระองค์เจ้าข้า ขอทรงโปรดช่วยหนุนใจข้าพระองค์ทั้งหลายในขณะตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ในนามของพระเยซูคริสต์

อาเมน


  ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 8 กำลังรอคอยท่านอยู่
   (มีเฉพาะ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฝรั่งเศส เท่านั้น)

               ไปบทเรียนบทใหม่      รายการบทเรียน      รายการหลัก          บ้าน                                                  


กดที่นี่ เพื่อส่งคำถาม และ ความคิดเห็น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ เวบไซท์ของเรา
จดลิขสิทธิ์ 2547 องค์การไซเบอร์สเปส