บังเกิดด้วยน้ำและพระวิญญาณภาพที่ 1
ให้เราอธิษฐานร่วมกันก่อนเริ่มศึกษาบทเรียน
พระบิดาบนสวรรค์
จากการศึกษาบทเรียนหลายบทที่ผ่านมา
ข้าพระองค์ทราบดีว่าพระคำของพระองค์เปิดเผยเรื่องยิ่งใหญ่มากมาย
และข้าพระองค์ทั้งหลายทราบดีว่าพระองค์ยังทรงมีเรื่องอีกมากมายที่จะสอนข้าพระองค์ทั้งหลาย
ขอพระองค์ทรงเปิดเผยให้ทราบในบทเรียนต่อไป
เพื่อโดยอำนาจกระทำการของพระวิญญาณบริสุทธิ์
ข้าพระองค์ทั้งหลายจะนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
ขอให้คำสอนเหล่านี้ช่วยให้ข้าพระองค์ทั้งหลายสะท้อนพระฉายาของพระองค์ในขีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย
ขออธธิษฐานในนามของพระเยซู
อาเมน
ภาพที่ 2
2 พงศ์กษัตริย์ 5:1
นาอามานผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาประเทศซีเรีย
เป็นคนสำคัญมากของพระราชา เป็นคนมีเกียรติ
เพราะว่าพระเจ้าทรงนำชัยชนะมายังซีเรียโดยท่านนี้
ท่านเป็นวีรบุรุษด้วย แต่ท่านเป็นโรคเรื้อน
----------------------------------------------------
ให้เราเริ่มบทเรียนด้วยเรื่องหนึ่งที่บันทึกในพระคริสตธรรมคัมภีร์เดิม เป็นประสบการณ์ของนามาน ชาวซีเรีย ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน และหาทางที่จะรักษาให้หาย
ภาพที่ 3
2 พงศ์กษัตริย์ 5:9,10
นาอามานจึงมาพร้อมกับบรรดาม้าและรถรบของท่าน
มาหยุดอยู่ที่ประตูเรือนของเอลีชา
เอลีชาก็ส่งผู้สื่อสารมาเรียนท่านว่า
"ขอจงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง
และเนื้อของท่านจะกลับคืนเป็นอย่างเดิม
และท่านจะสะอาด"
----------------------------------------------------
เมื่อนามานได้ข่าวเรื่องของเอฃีฃาผู้เผยพระวจนะ
เขาตัดสินใจที่จะไปหาเอลีชาเพื่อรักษาโรคเรื้อนของเชา
เอลีชาไม่ได้ออกมาพบเขา แต่อย่างไรก็ตาม
ท่านบอกวิธีที่จะหายจากโรคได้
เขาจะต้องไปจุ่มตัวลงในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง
ภาพที่ 4
2 พงศ์กษัตริย์ 5:11,12
แต่นาอามานก็โกรธและไปเสีย
บ่นว่า
"ดูเถิด
ข้าคิดว่าเขาจะออกมาหาข้าเป็นแน่และมายืนอยู่
และออกพระนามของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา
แล้วโบกมือเหนือที่นั้นให้โรคเรื้อนหาย
อาบานาและฟารปาร์แม่น้ำเมืองดามัสกัส
ไม่ดีกว่าบรรดาลำน้ำแห่งอิสราเอลดอกหรือ
ข้าจะชำระตัวในแม่น้ำเหล่านั้นและจะสะอาดไม่ได้หรือ"
ท่านจึงหันตัวแล้วไปเสียด้วยความเดือดดาล
----------------------------------------------------
นามานเดือดดาล เขาไม่ได้คาดหวังว่านี่เป็นวิธีรักษา เขาตั้งใจหันหลังกลับบ้านโดยไม่คิดที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเอลีชา
ภาพที่ 5
2 พงศ์กษัตริย์ 5:13,14
แต่พวกข้าราชการของท่านเข้ามาใกล้และเรียนท่านว่า
"คุณพ่อของข้าพเจ้า
ถ้าท่านผู้เผยพระวจนะจะสั่งให้ท่านกระทำสิ่งใหญ่โตประการหนึ่งท่านจะไม่กระทำหรือ
ถ้าเช่นนั้นเมื่อท่านผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่ท่านว่า
'จงไปล้างและสะอาดเถิด'
ควรท่านจะทำยิ่งขึ้นเท่าใด"
ท่านจึงลงไปจุ่มตัวเจ็ดครั้งในแม่น้ำจอร์แดน
ตามถ้อยคำของคนแห่งพระเจ้า
และเนื้อของท่านก็กลับคืนเป็นอย่างเนื้อของเด็กเล็กๆ
และท่านก็สะอาด
----------------------------------------------------
น้ำในแม่น้ำจอร์แดนไม่มีฤทธิ์อำนาจอัศจารรย์
ที่นามานหายได้ก็เพราะเชื่อฟังปฏิบัติตามคำแนะนำของเอลีชา
ภาพที่ 6
1 เปโตร 2:21
พระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่านเพื่อท่านจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์
---------------------
1 ยอห์น 2:6
ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้น
----------------------------------------------------
เหมือนเช่นนามานที่ได้รับคำสั่งให้ลงจุ่มในแม่น้ำจอร์แดน
พระเจ้าทรงเชิญชวนเราแสดงตัวให้เห็นว่าเรายืนอยู่ฝ่ายพระองค์
พระเจ้าทรงเรียกให้เรากระทำการใด
ให้เรามองไปยังพระเยซูคริสต์พระผู้ฃ่วยให้รอดของเรา
ในทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของเรา
ภาพที่ 7
มัทธิว 3:13-15
แล้วพระเยซูเสด็จจากแคว้นกาลิลี
มาหายอห์นที่แม่น้ำจอร์แดนเพื่อจะรับบัพติศมาจากท่าน
แต่ยอห์นทูลห้ามพระองค์ว่า
"ข้าพระองค์ต้องการจะรับบัพติศมาจากพระองค์
ควรหรือที่พระองค์จะเสด็จมาหาข้าพระองค์"
แต่พระเยซูตรัสตอบยอห์นว่า
"บัดนี้จงยอมเถิด
เพราะสมควรที่เราทั้งหลายจะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ"
----------------------------------------------------
พระเยซูไม่ได้เป็นคนบาป
ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมยอห์นผู้ให้บัพติศมาจึงไม่ยอมทำพิธีบัพติศมาให้พระองค์
แต่พระเยซูทรงประสงค์วางแบบอย่างให้เราทั้งหลายเพื่อว่าเรา
"จะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ"
ภาพที่ 8
ยอห์น 3:22
พระเยซูก็เสด็จเข้าไปในแคว้นยูเดียกับสาวกของพระองค์ และทรงประทับที่นั่นกับเขา และทรงให้บัพติศมา
---------------------
มัทธิว 28:19,20
(พระเยซูตรัสว่า)
"เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ
ให้เป็นสาวกของเรา
ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา
พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้
นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป
จนกว่าจะสิ้นยุค"
----------------------------------------------------
พระเยซุทรงสอนสาวกถึงความสำคัญของการรับบัพติศมา
ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับสวรรค์
พระองค์ทรงบัญชาให้สาวกไปรับบัพติศมาทุกคนที่กลับใจใหม่
ภาพที่ 9
โรม 6:3,4
ท่านไม่รู้หรือว่า
เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์
ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์
เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว
โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น
เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว
เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน
----------------------------------------------------
การรับบัพติศมาหมายความว่าอะไร
พิธีบัพติศมาเป็นการแสดงออกถึงความประสงค์ของเราที่จะตายกับพระเยซู
สละ "คนเก่า" ทิ้งไป
ซึ่งเป็นชีวิตเก่าแห่งบาป
และเดินต่อไปด้วยชีวิตใหม่
ภาพที่ 10
โรม 6:5,6
เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย เราทั้งหลายรู้แล้วว่า ตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป
---------------------
2 โครินธ์ 5:17
เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์
ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว
สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป
นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
----------------------------------------------------
พิธีบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ของการเอาคนใหม่เข้าแทนที่คนเก่า
ภาพที่ 11
โคโลสี 2:12
(...) และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา
---------------------
โรม 6:11
เหมือนกันเช่นนั้นแหละ ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์
----------------------------------------------------
ให้เราจดจำไว้ว่า การรับบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการตายต่อบาปของเรา (การตายของ "คนเก่า") กับพระเยซู แล้วบังเกิดใหม่ในพระเยซู
ภาพที่ 12
1 เปโตร 3:20,21
ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า
คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรดงดโทษไว้ในสมัยโนอาห์
ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่ ในนั้นมีน้อยคน
คือทางน้ำนั้นแปดคนรอดชีวิตจากน้ำท่วม
บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน
----------------------------------------------------
อัครสาวกเปโตรใช้เหตุการน้ำท่วมโลกแสดงให้เราเข้าใจความหมายของการรับบัพติศมาเมื่อเราตอบการเชิญเรียกของพระเจ้า
โนอาห์และครอบครัว "รอดชีวิตจากน้ำท่วม"
เหมือนเช่นเรื่องของนามานคนโรคเรื้อน
น้ำช่วยผู้ใดให้รอดไม่ได้ แต่โดยทางน้ำ
พระเจ้าช่วยชีวิตของคนทั้งแปดจากความตาย
ภาพที่ 13
1 เปโตร 3:21
บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน มิใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย แต่ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า โดยที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย
----------------------------------------------------
ในขณะที่โนอาห์ตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้าด้วยการกระทำที่มองเห็นโดยการเข้าไปในนาวา
เราจะต้องตอบสนองการทรงเรียของพระเจ้าด้วยการกระทำที่มองเห็นได้ด้วยการรับบัพติศมา
การที่จะ
"ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า"
นี้
เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเชื่อของเราที่มีในพระเยซูคริสต์
ภาพที่ 14
เอเฟซัส 5:25,26
ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ
---------------------
มัทธิว 10:32
(พระเยซูตรัสว่า)
"เหตุดังนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์
เราจะรับผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์"
----------------------------------------------------
ในความหมายหนึ่งแล้ว
บัพติศมา
เป็นเสมือนหนึ่งการสมรสที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เชื่อและพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเขา
การเข้าร่วมเป็นหนึ่งนี้จะต้องกระทำอย่างเปิดเผย
ภาพที่ 15
เอเฟซัส 4:5
มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว
----------------------------------------------------
พิธีบัพติศมาจะต้องทำกันอย่างไร
บางคนเสนอว่าจะต้องจุ่มทั้งตัวลงในน้ำ
แต่บ้างถือว่าการพรมด้วยน้ำก็เพียงพอแล้ว
บางคนคิดว่าวิธีให้บัพติศมานั้นไม่สำคัญ
แต่ขอให้เราอย่าเข้าใจผิด
พระคำของพระเจ้าให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก
ตามที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์
มีบัพติศมาแท้จริงเพียงวิธีเดียว
เป็นวิธีบัพติศมาอย่างไร
ภาพที่ 16
ยอห์น 3:23
ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิม เพราะที่นั่นมีน้ำมาก
----------------------------------------------------
วิธีบัพติศมาเพียงวิธีเดียวที่พระคำของพระเจ้าสอนไว้คือการบัพติศมาโดยการจุ่ม
คือการจุ่มทั้งตัวลงไปในน้ำ
นี่คืนเหตุผลว่าทำไมพระคัมภีร์จึงบันทึกไว้ว่ายอห์นต้องการ
"น้ำมาก"เพื่อทำพิธีบัพติศมา
ความจริงแล้ว คำว่าบัพติศมานั้นมาจากคำกรีก
"บัพติโศ" ซึ่งแปลว่า "การจุ่มลงในน้ำ"
"การแช่ลงในในน้ำ"
ภาพที่ 17
มัทธิว 3:16
ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติศมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ
----------------------------------------------------
หลังจากที่พระเยซูรับบัพติศมาแล้ว พระองค์ทรงเสด็จขึ้นมาจากน้ำ ข้อพระคัมภีร์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระองค์ลงจุ่มในน้ำของแม่น้ำจอร์แดน
ภาพที่ 18
กิจการของอัครทูต 8:36-39
ครั้นกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่มีน้ำแห่งหนึ่ง
ขันทีจึงบอกว่า
"นี่แน่ะ มีน้ำ
มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา"
และฟีลิปจึงตอบว่า
"ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้"
และขันทีจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่า
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า"
แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ
และคนทั้งสองลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที
ฟีลิปก็ให้ท่านรับบัพติศมา
เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว
พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไปเสีย
----------------------------------------------------
หากใช้วิธีพรมน้ำได้ ทำไมฟีลิปและขันทีจึงต้อง "ลงไปในน้ำ"
ภาพที่ 19
โคโลสี 2:12
(...) และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์(คริสต์)ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา
---------------------
โรม 6:4
เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน
----------------------------------------------------
การจุ่มตัวลงในน้ำเป็นวิธีเดียวที่เข้ากับสัญลักษณ์ของการฝังตัวลงในน้ำ
ภาพที่ 20
มัทธิว 28:19,20
(พระเยซูตรัสว่า)
"เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ
ให้เป็นสาวกของเรา
ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา
พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้
นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป
จนกว่าจะสิ้นยุค"
----------------------------------------------------
เมื่อเรียนรู้ถึงวิธีการจุ่มนี้แล้ว
คำถามต่อไปคือ ก่อนที่จะเข้าพิธีนี้
จะต้องมีคุณสมบัติการเตรียมอะไร
แน่นอนทีเดียว
ผู้ที่จะเข้าพิธีบัพติศมาต้องมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์และกลับใจจากบาปเสียก่อน
เนื่องจากทารกน้อยปฎิบัติข้อกำหนดนี้ไม่ได้
จึงไม่ควรทำพิธีบัพติศมาให้เด็กทารก
ภาพที่ 21
มาระโก 1:5
คนทั่วแคว้นยูเดียกับชาวกรุงเยรูซาเล็มได้พากันออกไปหายอห์น สารภาพความผิดบาปของตน และได้รับบัพติศมาจากท่านในแม่น้ำจอร์แดน
---------------------
กิจการของอัครทูต 2:38
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า
"จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา
ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน
เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย"
----------------------------------------------------
การสารภาพบาปและการกลับใจจะต้องมาก่อนการเข้าพิธีบัพติศมา
ภาพที่ 22
กิจการของอัครทูต 8:36,37
ขันทีจึงบอกว่า
"นี่แน่ะ มีน้ำ
มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา"
และฟีลิปจึงตอบว่า
"ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้"
---------------------
กิจการของอัครทูต 18:8
ฝ่ายคริสปัสนายธรรมศาลา
กับทั้งครัวเรือนของท่านได้เชื่อถือพระเจ้า
และชาวโครินธ์หลายคนเมื่อได้ฟังเปาโลแล้ว
ก็ได้เชื่อถือและรับบัพติศมา
----------------------------------------------------
เพื่อที่จะเข้าพิธีนี้ได้นั้น พระคำของพระเจ้ายังเปิดเผยว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเชื่อพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ
ภาพที่ 23
กิจการของอัครทูต 8:12
แต่เมื่อฟีลิปได้ประกาศข่าวประเสริฐ ว่าด้วยแผ่นดินของพระเจ้า และพระนามแห่งพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อ และรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง
----------------------------------------------------
พระคัมภีร์กล่าวถึงการให้บัพติศมา
"ชายและหญิง"
แต่ไม่เคยกล่าวถึงการให้บัพติศมาทารพหรือเด็กเล็ก
ความจริงแล้ว
การให้บัพติศมาทารกเริ่มขึ้นในสมัยศตวรรษที่สามเพื่อเพิ่มจำนวนคนเชื่อที่เข้าร่วม
คริสตจักร
แต่ถึงกระนั้น
พระคัมภีร์กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า
บัพติศมาที่ยอมรับได้และถูกต้องจะต้องให้กับผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการตัดสินใจเท่านั้น
ภาพที่ 24
กิจการของอัครทูต 2:41,47
คนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรก็รับบัพติศมา
(.....)
ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า
ได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอด
มาเข้ากับพวกสาวกทุกวันๆ
---------------------
1 โครินธ์ 12:13
เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว หรือพวกกรีก เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่
----------------------------------------------------
โดยพิธีบัพติศมา
เราเข้าร่วมครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า นั่นคือ
คริสตจักร
เราเข้าร่วมการเก็บเกี่ยว
ทำงานกับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี
ภาพที่ 25
1 โครินธ์ 12:20,27
ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง
แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน (....)
ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์
และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น
---------------------
2 โครินธ์ 5:20
ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา
----------------------------------------------------
โดยพิธีบัพติศมา
เราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์
ซึ่งหมายถึงคริสตจักร
ทำงานตามของประทานและตาลันต์ที่พระเจ้าทรงโปรดประทานให้แก่เรา
เมื่อเราเป็นทูตของพระองค์
เราจึงเป็นตัวแทนของอาณาจักรของพระองค์ในโลกนี้
เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมากเพียงไร
ภาพที่ 26
ลูกา 3:21,22
พระเยซูทรงรับด้วย ขณะเมื่อทรงอธิษฐานอยู่ ท้องฟ้าก็แหวกออก และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรูปสัณฐานเหมือนนกพิราบได้ลงมาบนพระองค์
---------------------
กิจการของอัครทูต 2:38
จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์
----------------------------------------------------
เมื่อเราประกาศว่าอยู่ฝ่ายพระเจ้าโดยการรับบัพติศมแล้ว เราจะพึ่งพระราชกิจการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ พระองค์จะทรงช่วยเราประกอบกิจในฐานะทูตของพระคริสต์ ชำระความบาปผิดทั้งหมดออกจากหัวใจของเรา
ภาพที่ 27
ยอห์น 3:5
พระเยซูตรัสตอบว่า
"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า
ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำและพระวิญญาณ
ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้"
---------------------
มาระโก 16:16
(พระเยซูตรัสว่า)
"ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด
แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ"
----------------------------------------------------
ขณะที่การศึกษาบทเรียนนี้สิ้นสุดลง
ขอให้เราเข้าใจความสำคัญของพิธีบัพติศมาที่มีต่อชีวิตของ
คริสเตียนแต่ละคน
พระดำรัสของพระเยซูแสดงให้เห็นว่าพิธีบัพติศมาไม่ใช่เป็นทางเลือกของผู้ที่ตัดสินใจติดตามพระองค์แต่ว่าเป็นพิธีที่จำเป็นต้องทำเมื่อตัดสินใจติดตามพระองค์
แล้วเราจะตัดสินใจอย่างไร
ภาพที่ 28
ยอห์น 13:15
(พระเยซูตรัสว่า)
"เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว
เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย"
----------------------------------------------------
พระเยซูไม่เคยทำบาป
จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา แต่ถึงกระนั้น
พระองค์ก็ยังรับบัพติศมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตาม
บัดนี้ ขอให้เราแต่ละคนถามตัวเองว่า
"สำหรับข้าพเจ้าแล้ว
การรับบัพติศมาของพระเยซูนั้นไม่มีความหมายหรือ
ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามแบบอย่างของพระองค์โดยการรับบัพติศมาหรือไม่
หรือจะดำเนินชีวิตไปเสมือนหนึ่งว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำไปนั้นไม่มีความหมาย"
ภาพที่ 29
กิจการของอัครทูต 22:16
เดี๋ยวนี้ท่านจะรอช้าอยู่ทำไม
จงลุกขึ้นรับบัพติศมาด้วยออกพระนามของพระองค์
ลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย'"
----------------------------------------------------
ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดหัวใจของเราและนำเราในขณะที่เราตัดสินใจครั้งสำคัญในเรื่องบัพติศมาของเรา
ภาพที่ 30
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า
ในขณะที่ข้าพระองค์ศึกษาพระคำของพระองค์เพื่อค้นหาน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีไว้สำหรับข้าพระองค์
มีเรื่องมากมายที่เข้ามาเพื่อให้ตัดสินใจอยู่เสมอ
ลวันนี้
พระองค์ทรงสอนว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะต้องรับบัพติศมาโดยการจุ่มในน้ำ
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหญ่ของพระองค์
คือคริสตจักรของพระองค์
การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่โดยทางพระบุตรของพระองค์
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่จะนำชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย
และพระองค์ทรงประทานอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายให้มีกำลังลุกขึ้นยืนเพื่อพระองค์และเพื่อเปิดเผยให้ทราบทั่วกันด้วยการเข้าพิธีบัพติศมา
พระองค์เจ้าข้า
ขอทรงโปรดช่วยหนุนใจข้าพระองค์ทั้งหลายในขณะตัดสินใจครั้งสำคัญนี้
ในนามของพระเยซูคริสต์
อาเมน
ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 8
กำลังรอคอยท่านอยู่
ไปบทเรียนบทใหม่ รายการบทเรียน รายการหลัก บ้าน