จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา
ภาพที่ 1
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน
ข้าแต่พระบิดา
ตามที่บันทึกไว้ในหนังสือพระกิตติคุณ
พระเยซูฉลองเทศกาลปัสการ่วมกับสาวกก่อนที่พระองค์สิ้นพระชนม์เพียงไม่กี่ชั่วโมง
ถึงแม้พระองค์ทรงเข้าร่วมฉลองปัสกาทุกปีก็ตามที
แต่การฉลองปัสกาครั้งนี้เป็นการฉลองที่พิเศษ
แท้จริงแล้วพระเยซูทรงเปลี่ยนแปลงการฉลองนี้
และสถาปนาขึ้นเป็นงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
งานเลี้ยงฉลองขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีความหมายว่าอะไรและโดยเฉพาะมีความสำคัญต่อคริสเตียนอย่างไร
ข้าแต่พระบิดาเจ้า
ขอพระองค์ทรงโปรดประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ส่องสว่างลงมายังข้าพระองค์ทั้งหลายในขณะที่ข้าพระองค์ทั้งหลายแสวงหาพระคำของพระองค์
ในนามของพระเยซูคริสต์
อ่าเมน

ภาพที่ 2
อพยพ 12:3,5-7,11
จงสั่งชุมนุมคนอิสราเอลว่า
ในวันที่สิบเดือนนี้ ให้ผู้ชายทุกคน
เตรียมลูกแกะครอบครัวละตัว ตามตระกูลของตน (.....)
ลูกแกะของเจ้า ต้องปราศจากตำหนิ
เป็นตัวผู้อายุไม่เกินหนึ่งขวบ(.....)
แล้วในเย็นวันนั้น
ให้ที่ประชุมของคนอิสราเอลทั้งหมด
ฆ่าลูกแกะของเขา
แล้วเอาเลือดทาที่ไม้วงกบประตูทั้งสองข้าง
และไม้ข้างบนณเรือนที่เขาเลี้ยงกันนั้นด้วย (.....)
การเลี้ยงนี้เป็นปัสกาของพระเจ้า
----------------------------------------------------
การฉลองปัสกาเริ่มตั้งแต่สมัยของโมเสส
เมื่อชนชาติอิสราเอลยังเป็นทาสอยู่ที่ประเทศอียิปต์

ภาพที่ 3
อพยบ 12:12,13
เพราะในคืนวันนั้น
เราจะผ่านไปในประเทศอียิปต์
และเราจะประหารลูกหัวปีทั้งหมดในอียิปต์ทั้ง
ของมนุษย์และของสัตว์
และเราจะพิพากษาลงโทษพระทั้งปวงของอียิปต์
เราคือพระเจ้า
แต่เลือดที่บ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น
จะเป็นหมายสำคัญสำหรับเจ้า
เมื่อเราเห็นเลือดนั้น
เราจะผ่านเว้นเจ้าทั้งหลายไป
จะไม่มีภัยพิบัติบังเกิดแก่เจ้า
ขณะที่เราประหารชาวอียิปต์
----------------------------------------------------
เพื่อทำให้ฟาโรห์เชื่อ
พระเจ้าทรงประทานภัยพิบัติ 9
อย่างลงมายังประเทศอียิปต์ แต่ไม่เกิดผล
ภัยพิบัติที่สิบนี้
บุตรหัวปีทั้งหลายในแผ่นดินอียิปต์จะได้รับภัยของความตาย
ครอบครัวที่เข้าร่วม
ปัสกาจะรอดจากภัยนี้

ภาพที่ 4
อพยบ 12:14
"วันนี้จะเป็นวันที่ระลึกสำหรับเจ้า
ให้เจ้าทั้งหลายถือไว้เป็นเทศกาลแด่พระเจ้า
ชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า
เจ้าจงฉลองเทศกาลนี้และถือเป็นกฎถาวร
----------------------------------------------------
ชนชาติอิสราเอลแสดงออกถึงความเชื่อของเขาด้วยการฆ่าลูกแกะและเอาเลือดแกะทาบนวงกบและไม้ข้างบน
ณ เรือนที่เลี้ยงกัน
ในคืนต่อมา พวกเขาเห็นทูตสวรรค์มรณา
"เดินผ่าน" บ้านที่มีเครื่องหมาย
บุตรหัวปีของครอบครัวที่เชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้ารอดได้ทุกคน

ภาพที่ 5
ลูกา 22:7,8
พอถึงวันกินขนมปังไร้เชื้อ
เมื่อเขาต้องฆ่าลูกแกะสำหรับปัสกา
พระองค์จึงทรงใช้เปโตรและยอห์นไป สั่งเขาว่า
"จงไปจัดเตรียมปัสกาให้เราทั้งหลายกิน"
----------------------------------------------------
ในขณะที่พระเยซูทรงปฏิบัติพระราชกิจอยู่บนโลกนี้
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อกับการปฏิบัติพระบัญชาของพระบิดาด้วยการฉลองเทศกาลปัสกา
แต่ในขณะที่เวลาของการตรึงพระเยซูบนกางเขนนั้นมาใกล้แล้ว
พระองค์ทรงประทานเครื่องหมายใหม่ให้สาวกเพื่อแปลงความหมายของพิธีปัสกา
ทำไมพระองค์จึงกระทำเช่นนั้น

ภาพที่ 6
ยอห์น 1:29
วันรุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน
ท่านจึงกล่าวว่า
"จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า
ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย
----------------------------------------------------
พระเยซูทรงทราบดีว่าเทศกาลปัสกามีความหมายมากยิ่งกว่าการระลึกถึงการช่วยชนชาติอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
เป็นเทศกาลที่ประกาศให้ทราบและแสดงถึงสัญลักษณ์ของการช่วยให้รอดที่พระเมษโปดกของพระเจ้าปฏิบัติจนสำเร็จ
ทรงตรึงบนกางเขนเพื่อช่วยผู้ที่เชื่อออกจากบาป

ภาพที่ 7
กันดารวิถี 9:12
เขาทั้งหลายต้องไม่ให้อะไรเหลือจนวันรุ่งขึ้น
และไม่หักกระดูกแกะปัสกา ให้กระทำตามกฎเกณฑ์
ในเรื่องถือเทศกาลปัสกาทุกประการ
---------------------
ยอห์น 19:33,36
แต่เมื่อเขามาถึงพระเยซู
และเห็นว่า พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว
เขาจึงมิได้ทุบขาของพระองค์ (.....)
เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
เพื่อให้เป็นจริงตามข้อพระธรรม ซึ่งว่า
"พระอัฐิของพระองค์จะไม่หักสักชิ้นเดียว"
----------------------------------------------------
เทศกาลปัสกาสื่อให้เห็นอย่างสมบูรณ์ถึงความตายของพระเยซูบนไม้กางเขน
รวมไปถึงการไม่ให้กระดูกของลูกแกะหักในขณะที่เผาเป็นเครื่องบูชา

ภาพที่ 8
1 โครินธ์ 5:7
พระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาเสียแล้ว
---------------------
1 เปโตร 1:18,19
ท่านรู้ว่าพระองค์ได้ทรงไถ่ท่านทั้งหลายออกจากการประพฤติอันหาสาระมิได้
ซึ่งท่านได้รับต่อจากบรรพบุรุษของท่าน
มิใช่ไถ่ไว้ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้
เช่นเงินและทอง
แต่ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสต์
ดังเลือดลูกแกะที่ปราศจากตำหนิหรือจุดด่าง
----------------------------------------------------
เทศกาลปัสกาจึงเป็นเงาของการถวายบูชาไถ่บาปบนกางเขนของพระเยซูคริสต์
ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา
การทำพิธีปัสกาอีกก็ไม่มีความหมาย

ภาพที่ 9
ลูกา 22:14-16
เมื่อถึงเวลา
พระองค์ทรงเอนพระกายเสวยพร้อมกับอัครทูต
พระองค์ตรัสกับเขาว่า
เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกินปัสกานี้กับพวกท่านก่อนเราจะต้องทนทุกข์ทรมาน
ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่าเราจะไม่กินปัสกานี้อีก
จนกว่าจะสำเร็จความหมายของปัสกานั้นในแผ่นดินของพระเจ้า
----------------------------------------------------
ด้วยประการเช่นนี้
ในการฉลองปัสกาครั้งสุดท้ายนี้
พระองค์ทรงสถาปณาเครื่องหมายใหม่เพื่อไปแทนพิธีปัสกา
สัญลักษณ์เหล่านั้นจะเป็นเครื่องหมายแทนการตายบนกางเขนได้สมบูรณ์กว่า
สัญลักษณ์เหล่านั้นคืออะไร

ภาพที่ 10
ลูกา 22:19
พระองค์ทรงหยิบขนมปัง
โมทนาพระคุณ แล้วหักส่งให้แก่เขาทั้งหลาย
ตรัสว่า
"นี่เป็นกายของเรา
ซึ่งได้ให้สำหรับท่านทั้งหลาย
จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา"
---------------------
ยอห์น 6:51
(พระเยซูตรัสว่า)
"เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิต ซึ่งลงมาจากสวรรค์
ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์
และอาหารที่เราจะให้เพื่อเห็นแก่ชีวิตของโลกนั้น
ก็คือเลือดเนื้อของเรา"
----------------------------------------------------
สัญลักษณ์แรกคือขนมปังไร้เชื้อ
ซึ่งหมายถึงพระกายของพระเยซูคริสต์ที่ทรงสละเพื่อความบาปของเรา

ภาพที่ 11
ลูกา 22:17,18,20
"พระองค์ทรงหยิบถ้วยโมทนาพระคุณแล้วตรัสว่า
"จงรับถ้วยนี้แบ่งกันดื่ม
เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า
เราจะไม่ดื่มน้ำผลแห่งเถาองุ่นต่อไปอีก
จนกว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะมา" (.....)
""ถ้วยนี้ซึ่งเทออกเพื่อท่านทั้งหลายเป็นคำสัญญาใหม่
โดยโลหิตของเรา"
---------------------
ยอห์น 6:53
พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า
"เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
ถ้าท่านไม่กินเนื้อและไม่ดื่มโลหิตของบุตรมนุษย์
ท่านก็ไม่มีชีวิตในตัวท่าน
----------------------------------------------------
สัญลักษณ์ที่สองคือน้ำองุ่นที่ไม่ได้ผ่านการหมัก
เป็นเครื่องหมายแทนพระโลหิตของพระเยซูที่ทรงหลั่งเพื่อเรา
โปรดสังเกตให้ดีว่า
ผู้เชื่อทุกคนจะต้องดื่มน้ำองุ่นนี้

ภาพที่ 12
ยอห์ฯ 6:54,55
ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา
ก็มีชีวิตนิรันดร์
และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย
เพราะว่าเนื้อของเราเป็นอาหารแท้
และโลหิตของเราก็เป็นของดื่มแท้
----------------------------------------------------
มีหลายคนที่อ่านพระดำรัสของพระเยซูนี้แล้ว
คิดว่าในขณะที่รับประทานอาหารอยู่นั้น
พระเยซูกระทำการอัศจรรย์โดยเปลี่ยนขนมปังและน้ำองุ่นเหล่านั้นเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
แต่ยังมีคนอื่นๆเชื่อว่ามีการเติมพระกายและพระโลหิตของพระเยซูลงไปในขนมปังและน้ำองุ่น
ความเชื่อของใครถูก

ภาพที่ 13
ยอห์น 10:9
(พระเยซูตรัสว่า)
"เราเป็นประตู"
---------------------
ยอห์น 14:6
"พระเยซูตรัสกับเขาว่า
'เราเป็นทางนั้น'"
---------------------
ยอห์น 15:1
"(พระเยซูตรัสว่า)
"เราเป็นเถาองุ่นแท้"
----------------------------------------------------
เมื่อมีการแปลความหมายของพระดำรัสของพระเยซูที่ว่า
"นี่คือกายของเรา นี่คือพระโลหิตของเรา"
เพื่อสนับสนุนความเชื่อว่าเป็นพระกายและพระโลหิตที่แท้จริงแล้ว
พวกเขาปฏิเสธความจริงที่ว่าพระเยซูทรงใช้สัญลักษณ์และเครื่องหมายเพื่อบอกพระลักษณะของพระองค์

ภาพที่ 14
ยอห์น 6:52,63
แล้วพวกยิวก็ทุ่มเถียงกันว่า
"ผู้นี้จะเอาเนื้อของเขาให้เรากินได้อย่างไร"
(....)
พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า
"จิตวิญญาณเป็นที่ให้มีชีวิต
ส่วนเนื้อหนังไม่มีประโยชน์อันใด
ถ้อยคำซึ่งเราได้กล่าวกับท่านทั้งหลายนั้น
เป็นจิตวิญญาณและเป็นชีวิต"
----------------------------------------------------
ให้สังเกตว่า
ชาวยิวเองก็ยังแปลความหมายพระดำรัสของพระเยซูเรื่องพระกายและพระโลหิตเป็นอาหารตามตัวอักษร
พระเยซูทรงแก้ไขเรื่องนี้ว่า "ถ้อยคำซึ่งเราได้กล่าวกับท่านทั้งหลายนั้น
เป็นจิตวิญญาณและเป็นชีวิต"
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า
ขนมปังและน้ำองุ่นไม่ได้เป็นพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
แต่เป็นสัญลักษณ์แทนพระกายและพระโลหิตของพระองค์

ภาพที่ 15
ฮีบรู 7:27
(พระเยซู)
ไม่ต้องทรงนำเครื่องบูชามาทุกวันๆ
ดังเช่นมหาปุโรหิตอื่นๆ
ผู้ซึ่งตอนแรกถวายสำหรับความผิดของตัวเอง
แล้วจึงถวายสำหรับความผิดของประชาชน
ส่วนพระเยซูได้ทรงถวายเครื่องบูชาเพียงครั้งเดียว
คือเมื่อพระองค์ได้ทรงถวายพระองค์เองต่อพระเจ้า
----------------------------------------------------
สำหรับความเชื่อที่ว่าขนมปังและน้ำองุ่นเป็นพระกายและพระโลหิตที่แท้จริงของพระเยซูแล้ว
ก็จะมีการถวายพระเยซูเป็นเครื่องเผาบูชาซ้ำหลายๆครั้ง
พระคำของพระเจ้ายังบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า
จะไม่มีการถวายเครื่องเผาบูชานี้ซ้ำอีกเพราะถวายเพียงครั้งเดียวก็เป็นการเพียงพอ

ภาพที่ 16
1 โครินธ์ 11:23-25
ในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น
พระองค์ทรงหยิบขนมปัง
ครั้นขอบพระคุณแล้วจึงทรงหัก แล้วตรัสว่า
"นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย
จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา"
เมื่อรับประทานแล้ว
พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน
ตรัสว่า
"ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา
เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด
จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา"
----------------------------------------------------
คำสอนจากพระคำของพระเจ้าบอกไว้อย่างชัดเจนว่า
จุดประสงค์ของงานเลี้ยงฉลองของพระเยซูไม่ใช่เพื่อทำพิธีถวายบูชาพระเยซูคริสต์ซ้ำแล้วซ้ำอีก
แต่เป็นการระลึกถึงการถวายบูชาเพียงครั้งเดียวบนคาลวารีเพื่อคนทั้งปวง

ภาพที่ 17
1 โครินธ์ 11:26,27
เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด
ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา
เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดกินขนมปัง
หรือดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร
ผู้นั้นก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า
----------------------------------------------------
เราต้องเข้าร่วมพิธีมหาสนิทด้วยท่าทีที่ยำเกรง
เราจะต้องเข้าร่วมพิธีด้วยการถวายเกียรติพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
เพื่อมองให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างอาหารธรรมดาและเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

ภาพที่ 18
1 โครินธ์ 11:28,29
ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง
แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้
เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยมิได้เล็งเห็นพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกพิพากษาโทษ
----------------------------------------------------
พิธีมหาสนิททำให้เราตระหนักว่าพระเจ้าทรงต้องจ่ายมากเพียงไรที่จะช่วยเราออกจากบาป
ชำระด้วยชีวิตของพระบุตรองค์เดียวของพระองค์
คือพระเยซูคริสต์
เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อจะเข้าร่วมพิธีมหาสนิทนี้
เป็นเวลาที่เราจะต้องตรวจสอบความคิดของเรา
สารภาพบาปของเราต่อพระเจ้าและกลับใจอย่างจริงจัง

ภาพที่ 19
ลูกา 22:24
มีการเถียงกันด้วยว่าจะนับว่าใครในพวกเขาเป็นใหญ่ที่สุด
----------------------------------------------------
เป็นที่น่าเสียดายว่า
ก่อนที่พระอาจารย์จะสิ้นพระชนม์เพียงไม่กี่ชั่วโมง
สาวกทั้งหลายไม่ใส่ใจในเรื่องใดนอกจากว่าใครจะได้เป็นใหญ่
แต่กระนั้น
พระเยซูทรงกำลังจะสถาปนาพิธีหนึ่งขึ้นก่อนที่จะรับประทานอาหารร่วมกัน
พิธีนี้จะเชิญชวนให้พวกเขาละทิ้งความหยิ่งและความทะเยอทะยานและเตรียมตัวเพื่อเขาร่วมพิธีมหาสนิท

ภาพที่ 20
ยอห์น 13:1
ก่อนถึงงานเทศกาลปัสกา
พระเยซูทรงทราบว่า
ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะทรงจากโลกนี้ไปหาพระบิดา
พระองค์ทรงรักพวกของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้
พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด
----------------------------------------------------
ยอห์นบันทึกเรื่องพิธีที่พระเยซูทรงกำลังจะสถาปนาถึงเพื่อเตรียมเหล่าสาวกให้พร้อมที่จะเข้าร่วมพิธีมหาสนิท

ภาพที่ 21
ยอห์น 13:4,5
พระองค์ทรงลุกขึ้นจากการรับประทานอาหาร
ทรงถอดฉลองพระองค์ออกวางไว้
และทรงเอาผ้าเช็ดตัวคาดเอวของพระองค์
แล้วก็ทรงเทน้ำลงในอ่าง
และทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก
และเช็ดด้วยผ้าที่ทรงคาดเอวไว้นั้น
----------------------------------------------------
จะมีคนรับใช้เข้ามาล้างเท้าที่เปื้อนฝุ่นของคนที่เดินทางมา
ในเมื่อไม่มีคนรับใช้
ไม่มีสาวกคนใดเลยที่ต้องการทำตัวให้ตกต่ำด้วยการล้างเท้าของผู้อื่น
ดังนั้น พระเยซูเองทรงล้างเท้าของเขา
เพื่อสอนบทเรียนการถ่อมใจที่แท้จริง

ภาพที่ 22
ยอห์น 13:12-14
เมื่อพระองค์ทรงล้างเท้าเขาทั้งหลายแล้ว
พระองค์ก็ทรงฉลองพระองค์
และประทับลงตรัสกับเขาว่า
"ท่านทั้งหลายเข้าใจในสิ่งที่เราได้กระทำแก่ท่านหรือ
ท่านทั้งหลายเรียกเราว่าพระอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า
ท่านเรียกถูกแล้ว เพราะเราเป็นเช่นนั้น
ฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และพระอาจารย์ของท่านได้ล้างเท้าของพวกท่าน
พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย"
----------------------------------------------------
การล้างเท้าเป็นพิธีที่จะสอนให้เราถ่อมตัวและรับใช้ผู้อื่น
ไม่ว่าเราจะมีตำแหน่งใดในสังคม
เป็นโอกาสที่จะให้เราตรวจสอบความคิดของเราเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงของพระผู้เป็นเจ้า

ภาพที่ 23
ยอห์น 13:14,15
ฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และพระอาจารย์ของท่านได้ล้างเท้าของพวกท่าน
พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย
เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว
เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย
----------------------------------------------------
มีคริสเตียนมากมายไม่เข้าร่วมพิธีล้างเท้าก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
อย่างไรก็ตาม
พระเยซูทรงชี้แนะไว้อย่างชัดเจนว่า
เราจะต้องเข้าร่วมพิธีนี้
เพราะจะช่วยเตรียมให้เราพร้อมที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ภาพที่ 24
ยอห์น 13:14-17
ฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และพระอาจารย์ของท่านได้ล้างเท้าของพวกท่าน
พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย
เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว
เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย
เราบอกความจริงแก่ท่านว่า
บ่าวจะเป็นใหญ่กว่านายก็ไม่ได้
และทูตจะเป็นใหญ่กว่าผู้ที่ใช้เขาไปก็หามิได้
"เมื่อท่านรู้ดังนี้แล้วและท่านประพฤติตาม
ท่านก็เป็นสุข
----------------------------------------------------
พระเยซูทรงย้ำไว้ถึง 3
ครั้งที่จะให้เราเข้าร่วมพิธีล้างเท้า
-
"พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย"
- "เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว
เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย"
-
"เมื่อท่านรู้ดังนี้แล้วและท่านประพฤติตาม
ท่านก็เป็นสุข"

ภาพที่ 25
ยอห์น 13:10
พระเยซูตรัสกับเขาว่า
"ผู้ที่อาบน้ำแล้วไม่จำเป็นต้องชำระกายอีก
ล้างแต่เท้าเท่านั้น เพราะสะอาดหมดทั้งตัวแล้ว
พวกท่านก็สะอาดแล้วแต่ไม่ใช่ทุกคน"
----------------------------------------------------
ในบทเรียน "บังเกิดด้วยน้ำและพระวิญญาณ"
นั้น
เราเห็นแล้วว่าการบัพติศมาหมายถึงการจุ่มทั้งตัวลงในน้ำ
เป็นสัญลักษณ์ของการทำให้ผู้ที่เชื่อเป็นคนชอบธรรม
การอภัยบาปของเขาและการบังเกิดใหม่ในพระเยซูคริสต์
แต่ในขณะที่เราดำเนินอยู่ในชีวิตคริสเตียนนั้น
เท้าของเราจะเปรอะเปื้อน
เราจึงเข้ามาหาพระเยซูเพื่อขอการชำระ
การล้างเท้าเปรียบเสมือนพิธีบัพติศมาฉบับย่อ
เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการชำระ
เตือนให้เราระลึกเสมอว่าเราต้องการพระโลหิตของพระเยซูเพื่อการชำระ

ภาพที่ 26
ยอห์น 13:10
พระเยซูตรัสกับเขาว่า
"ผู้ที่อาบน้ำแล้วไม่จำเป็นต้องชำระกายอีก
ล้างแต่เท้าเท่านั้น
เพราะสะอาดหมดทั้งตัวแล้ว"
----------------------------------------------------
บัดนี้เราเข้าใจพระดำรัสของพระเยซูที่ว่า
ผู้ที่อาบน้ำ(โดยการบัพติศมา)แล้ว
ไม่จำเป็นต้องเข้าพิธีบัพติศมาใหม่อีกเมื่อทำผิด
เนื่องจากว่าเขาไม่ได้ละทิ้งความเชื่อในพระเยซู
การล้างเท้าจะให้ความมั่นใจว่าเราได้รับพระคุณแห่งการชำระของพระเยซูอย่างต่อเนื่อง
แต่ให้เราจดจำไว้ว่า
การบัพติศมาและการล้างเท้านั้นไม่อาจทำให้เราสะอาดได้
แต่โดยพิธีนี้
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ที่ชำระเรา

ภาพที่ 27
ยอห์น 6:56,57
ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา
ผู้นั้นก็อยู่กับเราและเราอยู่กับเขา
พระบิดาผู้ทรงดำรงพระชนม์ได้ทรงใช้เรามา
และเรามีชีวิตเพราะพระบิดานั้นฉันใด
ผู้ที่กินเราผู้นั้นก็จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น
---------------------
วิวรณ์ 3:20
นี่แน่ะ
เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู
ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู
เราจะเข้าไปหาผู้นั้นและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา
และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา
----------------------------------------------------
เมื่อเราเข้าร่วมในพิธีล้างเท้าและงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว
เราจะติตสนิทกับพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรามากยิ่งขึ้น

ภาพที่ 28
กาลาเทีย 2:20
ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว
ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า
---------------------
เอเฟซัส 3:17
(.....)
เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านทางความเชื่อ
----------------------------------------------------
ด้วยการเข้าร่วมพิธีล้างเท้าและงานเลี้ยงฉลองขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เรากำลังทำสัญญาใหม่กับพระเยซูคริสต์
และทูลเชิญพระองค์ให้มาสถิตอยู่ในใจของเรา
เพื่อทำให้สายสัมพันธ์ที่เชื่อมเรากับพระผู้ช่วยให้รอดนั้นแน่นขึ้น

ภาพที่ 29
1 โครินธ์ 10:16,17
ถ้วยแห่งพระพร
ซึ่งเราได้ขอพระพรนั้น
เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระโลหิตของพระคริสต์มิใช่หรือ
ขนมปังซึ่งเราหักนั้น
เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระกายของพระคริสต์มิใช่หรือ
แม้เราซึ่งเป็นบุคคลหลายคน
แต่เนื่องจากมีขนมก้อนเดียว
เราจึงเป็นร่างกายเดียว
เพราะว่าเราทุกคนรับประทานขนมก้อนเดียวกัน
----------------------------------------------------
และ แน่นอนทีเดียว
การที่เราเข้าร่วมล้างเท้าและรับประทานด้วยกันนั้นจะช่วยให้เรามีความสนิทสนมกับพี่น้องในพระคริสต์ด้วยกัน
พิธีเหล่านี้นำให้เรามีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
และทำให้เราตระหนักว่าเราอยู่ในคริสตจักรซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า

ภาพที่ 30
มัทธิว 26:29
เราบอกท่านทั้งหลายว่า
เราจะไม่ดื่มน้ำผลแห่งเถาองุ่นต่อไปอีกจนวันนั้นมาถึง
คือวันที่เราจะดื่มกันใหม่กับพวกท่านในแผ่นดินแห่งพระบิดาของเรา
----------------------------------------------------
โปรดอย่าลืมว่า
การเข้าร่วมพิธีนี้ไม่ใช่ให้ผลที่เห็นได้แบบการเล่นกล
แต่เมื่อเข้าร่วมพิธีนี้แล้ว
เราจะได้พระคุณของพระเจ้าในส่วนของความตาย
การฟื้นคืนพระชนม์และชีวิตของพระองค์ในเรา
และยังส่งมาให้เรามีความหวังใจในการเสด็จกลับมาของพระเยซูด้วยรัศมีภาพ
เป็นความหวังใจแสนประเสริฐที่มีในหัวใจของคริสเตียนทุกคน

ภาพที่ 31
1 โครินธ์ 11:26
เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด
ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา
---------------------
วิวรณ์ 19:7,9
ขอให้เราทั้งหลายร่าเริงยินดีและเต้นโลดถวายพระเกียรติแด่พระองค์
เพราะถึงเวลามงคลสมรสของพระเมษโปดกแล้ว (.....)
"ความเจริญสุขมีแก่คนทั้งหลาย
ที่ได้รับเชิญมาในการมงคลสมรสของพระเมษโปดก"
----------------------------------------------------
ทุกครั้งที่เราเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เราตั้งความหวังใจว่า ในอาณาจักรของพระเจ้า
เราจะเข้าร่วมนั่งโต๊ะเดียวกันกับพระเยซู

ภาพที่ 32
ให้เราขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระเมตตาของพระองค์
ข้าแต่พระเจ้า
ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบดีว่า
ข้าพระองค์จะต้องไม่ลืมว่าพระองค์ทรงชำระด้วยราคาสูงเพื่อช่วยเราทั้งหลายในรอด
ด้วยการประทานพระเยซู คริสต์ พระบุตรของพระองค์
เพื่อเตือนให้เราระลึกถึงการทรงเสียสละนี้
พระองค์ทรงโปรดประทานพิธีมหาสนิทที่ประเสริฐ
มีการล้างเท้าเพื่อเตรียมหัวใจให้พร้อมก่อนที่จะเข้าร่วมรับประทานด้วยกัน
ขอพระองค์ทรงโปรดประทานโอกาสให้เข้าร่วมในทั้งสองพิธีนี้เพื่อโดยการมีส่วนร่วมนี้
ข้าพระองค์ทั้งหลายจะเข้าสนิทกับพระองค์มากยิ่งขึ้นและมีความสนิทสนมกับเพื่อนผู้เชื่อด้วย
ขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์
อาเมน

ข้อสอบสำหรับบทเรียนบทที่ 9
กำลังรอคอยท่านอยู่
(มีเฉพาะ ภาษาอังกฤษ
และ ภาษาฝรั่งเศส เท่านั้น)